“ฟาร์มมี” เร่งปรับตัวทุกมิติ
รับมือสภาพอากาศแปรปรวน ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี
ยามบ่ายที่แสงแดดเริ่มอ่อนลง ภายในโรงเรือนแห่งหนึ่งของ “ฟาร์มมี” ฟาร์มผักสลัดไฮโดรโปนิกส์บนพื้นที่ 83 ไร่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทีมงานกำลังเร่งติดตั้งระบบเซนเซอร์เพื่อยกระดับการผลิตสู่ Smart Farming ขณะที่อีกฟากของโรงเรือน คุณเอกราช เครื่องพนัด ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท กรีนอินโนเวท จำกัด กำลังก้มตรวจดูผักทีละต้นอย่างตั้งใจ ราวกับกำลังอ่านสัญญาณเล็กๆ ที่ต้นพืชกำลังบอกเขา
![]()
ภาพตรงหน้าสะท้อนตัวตนของผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตพืชผักในระบบไฮโดรโปนิกส์และโรงเรือน ผู้มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ผ่านบทบาทผู้บริหารฟาร์ม นักวิชาการ ที่ปรึกษาองค์กรระหว่างประเทศ และวิทยากรด้านการเกษตร ผู้เชื่อว่าในวันที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจน “มีครบทุกฤดูในวันเดียว” การทำเกษตรไม่อาจอาศัยเพียงประสบการณ์อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจ
![]()
สำหรับเขา นี่คือช่วงเวลาที่ภาคเกษตรต้องเร่งปรับตัว หากต้องการอยู่รอดท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และ ในมุมมองของเขา Smart Farming ไม่ได้เริ่มต้นที่เซนเซอร์ หากแต่เริ่มต้นจาก “ข้อมูลจริงในพื้นที่ผลิต” เพราะข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้เทคโนโลยีทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
![]()
ด้วยพื้นฐานด้าน Plant Science และประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ ทั้งจากเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และองค์กรวิจัยด้านผักของภูมิภาคอาเซียน หล่อหลอมให้คุณเอกราชเชื่อในแนวคิดการผลิตที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ปลูก การจัดการสภาพแวดล้อม ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
คุณเอกราชเล่าว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานกับบริษัทเกษตรชั้นนำของเนเธอร์แลนด์ ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่คือ “know-how” หรือองค์ความรู้ที่สั่งสมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตั้งแต่การปลูกพริกหวาน และมะเขือเทศ ไปจนถึงการจัดการพื้นที่ปลูกที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดในทุกขั้นตอน
![]()
“ผมเติบโตมากับการทำงานที่ทุกอย่างถูกคิดและคำนวณอย่างละเอียด ตั้งแต่การจัดการพื้นที่ปลูกในระดับตารางเซนติเมตร เพราะการผลิตที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจข้อมูล”
เขามองว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของการทำเกษตรสมัยใหม่ ที่ทุกการตัดสินใจควรตั้งอยู่บนข้อมูลและความเข้าใจ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาปรับใช้กับฟาร์มมี ผ่านการติดตั้งระบบเซนเซอร์ภายในโรงเรือน เพื่อเก็บข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น แสง ความเร็วลม และคาร์บอนไดออกไซด์ ในแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การบริหารจัดการฟาร์มเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การวางแผนเชิงรุก
![]()
“เมื่อเราเห็นข้อมูล เราจะคาดการณ์ได้ว่าอีกกี่วันจะเจออะไร และเตรียมรับมือได้ก่อนปัญหาจะเกิด”
ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประเมินปริมาณผลผลิตในอนาคต แต่ยังช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงจากโรคและแมลง รวมถึงปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรือนให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างแม่นยำ
เมื่อพูดถึงความท้าทายของภาคเกษตรในอนาคต คุณเอกราชยอมรับว่า ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่คือความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงกว่าเดิม
“ถ้าเราไม่รีบปรับตัว ทั้งผลผลิตและปัญหาโรคแมลงจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
![]()
ฟาร์มมีจึงเดินหน้าปรับปรุงทั้งระบบระบายอากาศ รูปแบบการปลูก และการใช้สารอาหารจากธรรมชาติ รวมถึงชีวภัณฑ์ เพื่อเสริมความแข็งแรงของพืชให้รับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้น
อีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญ คือ การเดินทางไปดูงาน GreenTech Amsterdam 2026 มหกรรมแสดงเทคโนโลยีด้านพืชสวนและโรงเรือนระดับโลก ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตของโลก ทำให้เห็นทิศทางการเกษตรของโลกในอนาคตอย่างชัดเจน
“เหมือนเราได้ไปอยู่ในโลกอนาคต ฟาร์มจำนวนมากใช้ระบบอัตโนมัติและใช้ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของการผลิต”
![]()
เขาเล่าว่า ฟาร์มผักจำนวนมากในต่างประเทศก้าวไปสู่ระบบอัตโนมัติแทบทั้งหมด ตั้งแต่การเพาะเมล็ด ย้ายปลูก ดูแล ตัดเก็บ ไปจนถึงบรรจุแพ็ค ขณะที่ระบบตรวจวัดก็พัฒนาไปไกล มีทั้งเซนเซอร์ หุ่นยนต์ตรวจแมลง หุ่นยนต์ประเมินช่วงเก็บเกี่ยว ไปจนถึงหุ่นยนต์ตัดเก็บมะเขือเทศ
![]()
ความก้าวหน้าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเทคโนโลยีทำงานร่วมกับข้อมูลและการจัดการที่แม่นยำ ผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เช่นมะเขือเทศหนึ่งต้นที่สามารถให้ผลผลิตได้หลายสิบกิโลกรัม ต่างจากการผลิตทั่วไปที่ยังมีข้อจำกัดอีกมาก
แม้ประเทศไทยจะมีข้อจำกัดด้านสภาพอากาศแตกต่างจากยุโรป แต่คุณเอกราชเชื่อว่า เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายขึ้นในปัจจุบัน จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยยกระดับการผลิตได้ หากเรียนรู้ที่จะใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
![]()
และเมื่อถามถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำเกษตรยุคใหม่ คำตอบของเขายังคงชัดเจนเหมือนเดิม
“ตรงไหนที่มีปัญหา เราต้องพัฒนา วิจัย และปรับตัวให้เร็ว อย่าหยุด เพราะนี่คือทางรอดของเกษตรไทย”
ท่ามกลางโลกที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่เคย ฟาร์มมีอาจไม่ได้เดิมพันอนาคตไว้กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “ข้อมูล ความรู้ และการปรับตัว” เพราะสำหรับคุณเอกราช นั่นคือหัวใจของการทำเกษตรที่จะอยู่รอดได้ในวันข้างหน้า
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
