จากหัวหน้าข่าวสู่ช่างตัดผมจิตอาสา
“เมตตาบาร์เบอร์” กับ ความฝันที่ไม่เคยหมดอายุ
ช่วงสายวันหนึ่งกลางปี 2569 อากาศไม่ร้อนไม่หนาว ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับช่างตัดผมจิตอาสาสตรีผมซอยสั้นท่วงท่าทะมัดทะแมงคนหนึ่งถึงเรื่องราวชีวิตที่พลิกบทบาทไปในแบบที่คิดไม่ถึงหลังจากเออร์ลี่ รีไทร์
เธอคนนี้เป็นทั้งช่างตัดผมและโชเฟอร์จอมอึดในคราวเดียว ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเธอขับบาร์เบอร์ทรักคันโก้จากกรุงเทพมุ่งหน้าสู่อำเภอปากช่อง แวะจอดตามจุดต่างๆที่นัดแนะไว้ล่วงหน้าเพื่อปฏิบัติภารกิจ โดยจุดสุดท้ายเลือกจอดที่บริเวณด้านหน้าร้าน So Good N Green ริมถนนธนะรัชต์ ปักหลักคอยบริการผู้คนที่ผ่านไปมาที่ประสงค์จะตัดผม
เราเดินสำรวจรอบรถเห็นแปะสติกเกอร์ตัวใหญ่หราว่า “เมตตา บาร์เบอร์” ตัดผมฟรี เด็กและผู้สูงวัย ก่อนที่จะเดินเข้าไปทักทายเจ้าของรถที่นั่งพักผ่อนอยู่ด้านใน
![]()
หลังจากตัดสินใจเออร์ลี่ รีไทร์ เมื่อสิ้นปี 2568 “เมตตา ทับทิม” อดีตหัวหน้าข่าวโต๊ะอสังหาริมทรัพย์ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ หรือ พี่เมต ที่รับรู้ในหมู่เพื่อนฝูงว่าเป็นผู้กว้างขวางอย่างมาก ทั้งในด้านคอนเน็คชั่นแหล่งข่าว และ ในด้านน้ำใจที่มีต่อเพื่อนพี่น้องร่วมอาชีพ มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากตัดสินใจเข้าโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ของบริษัท
ฉับพลันจากหัวหน้าข่าวก็กลายเป็นจิตอาสา จากมือถือปากกา และ คอมพิวเตอร์ เปลี่ยนเป็นกรรไกร และ ปัตตาเลี่ยน เทียวตระเวนตัดผมฟรีตามที่ต่างๆ ด้วยบาร์เบอร์ทรัคคันเท่
แล้วอะไรดลใจให้หัวหน้าข่าวที่อยู่กับข้อมูลข่าวสารมาตลอดชีวิตหันมาเป็นจิตอาสาทำประโยชน์แบบไม่มีค่าตอบแทน?
เป็นคำถามที่คิดไว้ในใจแต่ยังไม่ถาม และ ด้วยความที่เคยทำงานบริษัทเดียวกัน แม้จะอยู่คนละโต๊ะข่าว แต่ด้วยอัธยาศัยไมตรีของพี่เมตก็ทำให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอยู่เนืองๆ เมื่อได้เจอะเจอกันอีกครั้ง การถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบจึงเป็นหัวข้อแรกๆ
พี่เมตตัดสินใจเออร์ลี่ รีไทร์ ในวัย 58 ปี มีผลวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และ บังเอิญว่าช่วงก่อนหน้าที่จะเกษียณ ได้ไปเสนอการร่วมกิจกรรมกอล์ฟที่บริษัทจัดให้กับแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกันมานานกว่า 20 ปี คือ คุณเล็ก-กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ซีอีโอ แอสเซทไวส์ และ การพบปะวันนั้นเองที่เป็นตัวเร่งให้ความฝันที่อยากเป็นช่างตัดผมจิตอาสาของพี่เมตให้กลายเป็นเรื่องจริงไวขึ้น
![]()
“เราได้นั่งคุยกันกับคุณเล็กที่สนามกอล์ฟ แกก็ถามว่าเกษียณมาจะทำอะไร ก็บอกว่าอยากพัก แต่อยากทำจิตอาสาตัดผมฟรีด้วย เพราะเคยทำเมื่อ 10 ปีที่แล้วตอนปี 59 ตอนนั้นได้ไปเรียนสอนอาชีพที่กทม. จตุจักรกับครูไก่ 200 ชั่วโมง ราคา 105 บาท ใช้เวลาเรียน 4 เดือน แล้วปีนั้นในหลวงร.9 สวรรคต เลยไปทำจิตอาสาที่สนามหลวง ตอนนั้นตัดผมชายใช้ปัตตาเลี่ยน หลังจากปี 59 ก็ทำบ้างเรื่อยๆ เลยบอกว่าอยากทำจิตอาสา เพราะทำมานานและทำได้ดีระดับหนึ่ง”
บทสนทนาระหว่างนักข่าวกับแหล่งข่าวควรจะจบที่ตรงนั้น แต่ทันทีที่ผู้กำลังจะเออร์ลี่ รีไทร์ เอ่ยปากว่า รถบาร์เบอร์ทรัค คือ ความฝัน ความเงียบก็พลันสอดแทรกคั่นระหว่างคนทั้งสอง อึดใจหนึ่งผู้เป็นแหล่งข่าวได้เอ่ยประโยคที่ไม่คาดคิดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ผมให้พี่หนึ่งคัน”
ประโยคชวนอึ้งยังค้างคาไปหลายวัน จนกระทั่งผ่านไปราวสัปดาห์ เมตตา ทับทิม ที่ยังคิดวนเวียนจนนอนไม่ค่อยหลับตัดสินใจไลน์ไปถามย้ำอีกรอบว่า ที่บอกว่าจะให้บาร์เบอร์ทรัคนั้นให้จริงหรือหลอก และ เมื่อได้ยินคำตอบหนักแน่นแน่ชัดอีกรอบ ก็ทำให้หัวใจของผู้ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตหัวหน้าข่าวเบ่งบานพองโตอย่างยิ่ง
“หลังจากนั้นเราคุยกัน 2-3 เช้า ประมาณเช้าที่ 4 คุณเล็กก็โอนเงินมาเต็มจำนวน ตอนกลางเดือนธันวาคม 2568 จากเดิมที่ตั้งใจจะต่อรถบาร์เบอร์ทรัคหลังจากที่เข้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์ แต่เมื่อเงินคนอื่นมากองกับเราแล้ว ก็ต้องรีบทำให้เห็นผลงาน”
พี่เมตเลือกใช้ซูซูกิ แครี่ พิมพ์นิยมของรถฟู้ดทรัคมาทำเป็นบาร์เบอร์ทรัค พร้อมติดแอร์เย็นฉ่ำ ดำเนินการต่อตู้โดยช่างผู้ชำนาญ เมื่อรถเสร็จเรียบร้อย เมตตาบาร์เบอร์ก็ถือกำเนิดขึ้น พร้อมออกตะลอนให้บริการ
![]()
“ได้ใช้ครั้งแรก คือ งานสวดมนต์ข้ามปีที่วัดดำรงธรรมสถิต ปทุมธานี พอดีที่บ้านมีพี่สาวกับหลานสาวบวชชีไม่สึกอยู่กับสายหลวงพ่อเฉลิมโชค เลยได้ไปออกบูท ไปจอดรถครั้งแรกที่นั่น แล้วก็ทำเรื่อยมา จากวันนั้นจนถึง เดือนพฤษภาคม ก็ 5 เดือนเต็มแล้ว”พี่เมตเล่าจุดเริ่มต้นด้วยสายตาที่เป็นประกาย
ในช่วงแรกแม้จะกำหนดไว้ว่าเป็นการตัดผมชาย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบรรดาคุณย่าคุณยายเสนอตัวมาให้ตัดด้วย หนีไม่พ้นที่ช่างพี่เมตต้องไปลงเรียนอีกรอบ คราวนี้เป็นตัดผมหญิง
“รอบนี้ต้องไปเรียนที่โรงเรียนสอนอาชีพกทม. ดินแดง 2 เพราะว่ากันว่าครูที่สอนเสริมสวยที่เก่งที่สุดอยู่ที่ดินแดง 2 ชื่อครูน้อย-อัมพวัน วิชัยดิษฐ ก็เลยไปเรียน เขาจะเน้นปฏิบัติมากกว่า ส่วนทฤษฎีให้รู้องศา จับกลีบ แบ่งผม และ เครื่องมือ ที่เหลือคือลงมือตัดจริงๆ”
และแล้วเมื่อวันที่ต้องเออร์ลี่ รีไทร์มาถึงจริง เข็มนาฬิกาบอกเวลาเข้าสู่ปีใหม่ 2569 จากหัวหน้าข่าวเศรษฐกิจ ชีวิตก็ก้าวสู่บทบาทใหม่กลายเป็นช่างตัดผมจิตอาสาเต็มตัว
แม้จะเป็นจิตอาสา แต่พี่เมตบอกว่า การทำงานต้องเป็นระบบแบบแผน ไม่ใช่ว่าจู่ๆ นึกจะไปจอดตัดที่ไหนก็ได้ ทุกอย่างต้องมีการวางแผน บริหารจัดการ มีการนัดหมาย มีเจ้าภาพ รวมถึงคอนเน็คชั่นที่เป็นพันธมิตรช่างตัดผมจิตอาสา
![]()
สำหรับเป้าหมายของเมตตาบาร์เบอร์นั้นแน่วแน่ชัดเจนตั้งแต่ต้น คือ เป็นไปเพื่อต้องการลดภาระค่าครองชีพ ดังนั้น โรงเรียนในชนบท คือ สถานที่แรกที่จะไป และ สอง บ้านพักคนชราทั้งหญิงและชาย และสาม เป็นคนทำงานที่ต้องการลดภาระค่าครองชีพ อาทิ ไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์ และรปภ. นอกเหนือจากนี้เป็นการนัดหมายตกลงกันเป็นครั้งๆไป
“เรามีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เรียนด้วยกันที่รวมตัวกันประมาณ 10 คน เวลามีออกหน่วยที่กรุงเทพก็จะไปด้วยกันเป็นทีมจิตอาสา ส่วนมากจะไปกันทุกเสาร์ แล้วทุกครั้งที่เราทำอะไร เรามี learning curve หมดเลย ครั้งหนึ่งไปชุมชน 70 ไร่ เราจอดใต้ทางด่วน แต่ปรากฎว่ามีอีเว้นท์ซ้อน แล้วไม่ยกเลิกเรา พอไปถึงเราไม่มีที่อยู่ ช่างผมที่ไปวันนั้นโดนแดดเผาทั้งวัน ซึ่งนี่ก็ทำให้เราต้องเรียนรู้ว่าครั้งหน้าต้องคุยเรื่องสถานที่ให้ชัด”
กับเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา เมตตาบาร์เบอร์ก็ไม่พลาด เป็นการพาทรัคบาร์เบอร์วิ่งระยะไกลครั้งแรกลงใต้ ซึ่งในครั้งนั้นพี่เมตถือโอกาสล่องไต้ไปอีกหลายจุดใช้เวลาทั้งสิ้น 3 สัปดาห์
“แล้วรถคันนี้คือเกียร์กระปุกนะ บังเอิญว่าทักษะที่เคยสั่งสมมาทั้งชีวิตคือขับรถเกียร์กระปุกได้ เราก็เอาเลย แล้วรถมันใส่ตู้น้ำหนักเพิ่มอีก 300 กิโลกรัม มันทำให้เราไม่สามารถขับด้วยความเร็วสูงๆ ได้ ดังนั้นความเร็วกำลังดีรถไม่โยกไม่เอน คือ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็คิดดูนะจากกรุงเทพไปหาดใหญ่เกือบพันโล โอ้โห..กว่าจะถึงขาซ้ายเป็นตะคริว(หัวเราะ) และ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ขับรถแล้วทุกคนแซงเราหมดเลย มอเตอร์ไซค์ยังแซง”
ที่หาดใหญ่เมตตาบาร์เบอร์ไปปักหลักอยู่ที่ตึกเย็นศิระ ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) ซึ่งเป็นศูนย์รักษามะเร็งของ 14 จังหวัดภาคใต้
![]()
“เราจอดที่ตึกนี้ 3 วัน คนเดินมาตัดเยอะแยะไปหมด ตอนแรกตั้งใจจะหยุดบ่าย 3 โมง แต่วันแรกทำตั้งแต่ 8 โมง ถึง 5 โมงเย็น เลยปรับใหม่ว่าวันละ 4-5 ชั่วโมงกำลังดี เราจะได้ยืนระยะได้ ที่หาดใหญ่ตอนวันสุดท้ายก่อนที่รุ่งขึ้นเราจะตีรถเข้าตรัง มีรปภ.คนหนึ่งมาดักรอ มาขอตัดผม พอตัดเสร็จเขาบอกว่าผมจะจำวันนี้จนวันตาย พี่ตัดผมให้ผม เราน้ำตารื้นเลย คือ คนบางคนไม่เคยได้รับการดูแลเลยมาทั้งชีวิต เราดีใจมากที่ได้มาตัด”
และนี่เองที่เป็นคำตอบของคำถามที่คิดไว้ในตอนแรก อะไรดลใจให้หัวหน้าข่าวที่อยู่กับข้อมูลข่าวสารมาตลอดชีวิตหันมาเป็นจิตอาสาทำประโยชน์แบบไม่มีค่าตอบแทน?
“การไปตัดผมจิตอาสา เหมือนเราไปทำให้เขาใช่ไหม แต่ที่จริงเขาส่งพลังบวกกลับมาให้เราด้วยนะ แล้วทุกๆ ที่ที่ทำจิตอาสามีพลังบวกจริงๆ เราให้เขา เขาให้เรา ซีอีโออสังหาฯหลายท่านก็ถาม เราก็ตอบว่ามันเป็นโมเมนต์ที่ พอเราตัดเสร็จไม่ว่าจะแหว่งหรือไม่แหว่ง แต่ส่วนใหญ่ไม่แหว่งนะคะ(หัวเราะ) ทุกคนจะมีความสุข เหมือนเราซื้อความสุขให้คน เด็กๆก็จะไหว้ขอบคุณโค้งสวยงาม ถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่หน่อยจะอวยพรเยอะแยะไปหมด มันปีติทั้งคนให้และคนรับ เป็นโมเมนต์ที่ต้องได้สัมผัสเอง”
อีกจุดที่สร้างความอิ่มเอมใจให้กับเมตตาบาร์เบอร์ คือ ที่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่แอสเซทไวส์ไปร่วมทุนกับบริษัทร่มโพธิ์ ที่นั่นได้ไปตัดให้กับแรงงานต่างด้าวส่วนมากเป็นชาวพม่า
![]()
“เอาจริงๆ เราตั้งใจจะตัดให้เด็กกับคนแก่ เพราะตัดง่าย เด็กยังไม่ทันโกรธ โกรธไม่เป็น ส่วนคนแก่ก็ปลงแล้ว(ยิ้ม) พอได้มาตัดวัยรุ่นในไซต์ก่อสร้าง ทุกคนมีทรงมาให้หมด เวลาเขาสั่งเราก็พยักหน้ารับ ได้ค่ะ แต่ทรงไหนเรื่องของเรานะ (หัวเราะ) คือ มากันทุกทรง เราก็เพิ่งทำครั้งแรกแล้วพบว่าทำได้นี่ ใจฟูมาก แล้วเขาแฮปปี้ทุกคน”
แม้การตะลอนตัดไปทั่ว แต่เรื่องความสะอาดนั้นหายห่วง เพราะพี่เมตย้ำว่าความสะอาดสำคัญที่สุด ดังนั้นทุกครั้งที่มีการตัดผมเสร็จอันดับแรกที่ต้องทำคือทำความสะอาดเครื่องมือด้วยการล้างแอลกอฮอล์ทุกครั้ง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าเมตตาบาร์เบอร์จะทำจิตอาสาไปได้นานเท่าไหร่ เพราะเมื่อนับนิ้วคำนวณแล้วค่าใช้จ่ายการเดินทางแต่ละครั้งไม่ใช่น้อย
พี่เมต เฉลยว่า สิ่งสำคัญของการยืนระยะในการเป็นจิตอาสาของเมตตาบาร์เบอร์นอกจากผู้สนับสนุนเรื่องบาร์เบอร์ทรัคแล้ว ยังมีสปอนเซอร์คนสำคัญที่ให้ค่าน้ำมัน โดยคนแรกที่สปอนเซอร์ให้กับพี่เมต คือ พี่สาวของตัวเอง ชื่อ ดร.นิตยา ที่โอนไวมาให้รวดเดียว 20,000 บาท รวมถึงน้องสาวที่ชื่อคุณหน่อยก็ร่วมด้วยช่วยกัน หลังจากนั้นสปอนเซอร์คนสำคัญก็ยื่นมือเข้ามา คือ ทีมพ่อวัลลภ หรือ คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้บริหารซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทยนั่นเอง
![]()
“สิ่งที่ทำให้เรายืนระยะได้แบบนี้ ก็เพราะเรามีสปอนเซอร์นะ ค่าน้ำมันมาหาดใหญ่ล่องใต้ 21 วัน รวมแล้ว 10,800 บาทนะ ตอนแรกคุณเล็กแอสเซทไวส์จะออฟเฟอร์ค่าน้ำมันให้ด้วย เราบอกพอแล้วค่ะ ตอนหลังได้จากทีมพ่อวัลลภ เราก็ทำสติ๊กเกอร์มาติดไว้ที่รถด้วย”
เมื่อถามว่าบทบาทนี้จะทำไปอีกนานแค่ไหน พี่เมต ตอบทันทีว่า ทำเท่าที่กำลังมี เพราะทำด้วยจิตใจที่อยากจะทำ
“ดีใจที่ได้ทำ ปีนี้อายุ 59 ปี ปีหน้า 60 คือ เราอยากตัดจนกว่าจะทำไม่ไหว แต่เชื่อว่า 10 ปีหลังจากนี้ เรายังทำได้อย่างมีกำลังวังชาแน่ๆ อย่างน้อยจากวันนี้จนถึงปี 2575 เชื่อว่าคุณจะยังเจอเมตตาบาร์เบอร์ ก็จะตะลอนไปเรื่อยๆ”
พี่เมต บอกว่า งานนี้ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิตหลังเกษียณ เพื่อนๆ หลายคนก็อิจฉา เพราะเราเองยังลืมไปแล้วว่าเคยพูดเรื่องจะทำบาร์เบอร์ทรัคตอนไหน ปรากฏว่าเราพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว เพราะคนที่เข้ามาทักว่ายินดีด้วยในเฟซคือเพื่อนมัธยม
ใครจะคิดว่าลิ้นชักความฝันที่ปิดมันไว้นานแล้ว วันหนึ่งจะมีโอกาสกลับมาเปิดขึ้นอีก ได้ลงมือทำให้ฝันกลายเป็นจริง เป็นอีกเส้นทางชีวิตใหม่ที่มาเติมเต็มให้หัวใจเราฟูฟ่องอีกครั้งในวัยที่หลายคนอาจทำใจไม่ได้เมื่อต้องพ้นจากบทบาทหน้าที่ที่เคยทำมาทั้งชีวิต
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
