ดินแดนแห่งไร่ชา “ดอยพญาไพร”
ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผลักดันกิจกรรมดูดาวบนท้องฟ้ามืด กระจายเม็ดเงินสู่ชุมชน
ประชากรไทยที่เติบโตมาในยุค 90 เชื่อว่าเกินครึ่งต้องคิดถึงเพลง “คืนที่ดาวเต็มฟ้าฉันจินตนาการถึงหน้าเธอ” ของปราโมทย์ วิเลปะนะ โดยอัตโนมัติเมื่อได้แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า
แต่ในยุคที่แสงไฟส่องสว่างอยู่ทุกแห่งหน ท้องฟ้าที่เคยมืดก็โดนกลบด้วยอานุภาพแห่งแสงไฟ ทำให้โอกาสที่จะเห็นดาวเต็มฟ้าแบบในเพลงนั้นเป็นเรื่องยากเต็มทีโดยเฉพาะคนในเมือง
ดังนั้นการได้ดูดาวเต็มฟ้าจึงกลายเป็นค่ำคืนอันแสนพิเศษที่หาดูได้ยากเหลือหลาย เป็นที่มาของการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เรียกว่า Dark Sky Star Party หรือ การดูดาวบนท้องฟ้ามืดที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากทั่วโลก
![]()
สันผาพญาไพร จุดดูดาวเต็มฟ้า 360 องศา
ลึกเข้าไปในหุบเขาทางเหนือของประเทศไทย ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวและสูงชัน ใครจะไปคิดว่าดอยพญาไพร ดินแดนแห่งไร่ชา จังหวัดเชียงราย จะมีจุดอันซีนสำหรับดูดาวอย่าง “สันผาพญาไพร” ที่ถือเป็นเพชรเม็ดงามที่กำลังรอการเจียระไน
จุดชมวิวแห่งนี้ที่มีพื้นที่เพียง 7 ตารางกิโลเมตร ที่กลายเป็นจุดเด่นในความไม่เวิ้งว้างจนเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆที่ต้องการมาชมดาว
![]()
แม้ว่าพื้นที่นี้จะยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด แต่ด้วยศักยภาพที่เห็นดาวได้รอบทิศ 360 องศา บวกกับความต้องการของชุมชน 3 หมู่บ้านที่อยู่ในเขตวนอุทยาน ได้แก่ หมู่บ้านพญาไพรเล่าจอ หมู่บ้านพญาไพรลิทู่ และ หมู่บ้านพญาไพรเล่ามา ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับ “พญาไพรแคมป์ไซต์” ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้ยื่นจดหมายถึงวนอุทยานสันผาพญาไพร สำนักงานบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ขออนุญาตจัดกิจกรรมสนุกๆเป็นการชิมลาง ด้วยการพาเด็กๆ ชั้นประถมไปดูดาว สร้างความรู้ด้านดาราศาสตร์ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านอีกด้วย
กิจกรรมนี้เกิดขึ้นภายใต้ชื่อโครงการทัศนศึกษาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนบนดอยพญาไพร และ โครงการบันทึกภาพถ่ายดาราศาสตร์และปรากฏการณ์บนท้องฟ้า
หมู่บ้านพญาไพร ใจพร้อมมาก
เมื่อถึงวันนัดหมาย หลังจากเลิกเรียนในช่วงบ่าย เด็กๆ 10 กว่าคนเริ่มทยอยมาที่บริเวณหน้าโรงเรียนพญาไพรไตรมิตร เพื่อลงทะเบียน เมื่อรายงานตัวครบทุกคนแล้วทีมกู้ภัยเชียงรายที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยได้พาเด็กๆ ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังจุดเริ่มต้นของการเดินเท้า
![]()
สันผาพญาไพร เป็นจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 เมตร ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานสันผาพญาไพร ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ระยะทางในการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวประมาณ 2.5 กิโลเมตร แม้ชาวบ้านอาจจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปได้ แต่ก็ต้องอาศัยความชำนาญอย่างยิ่ง เพราะตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยร่องลึกที่ยากลำบากต่อการขับขี่ แถมดินบางช่วงก็เละเป็นโคลนหากคืนก่อนหน้ามีฝนตกลงมา
![]()
แม้เส้นทางจะยากลำบาก แต่เด็กๆ กลับมีแต่ความสนุกที่จะได้ทำภารกิจสำรวจดาว ช่วยกันถือข้าวของคนละไม้คนละมือ บ้างถือหมอนผ้าห่ม บ้างถือกาต้มน้ำ บ้างสะพายกระเป๋าที่ยัดสิ่งของจนตุง หันไปอีกด้านเห็นทีมหน่วยกู้ภัยเชียงรายกำลังผูกกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่สะพายขึ้นกับบ่าอย่างไม่อิดออด อดทึ่งกับใจที่เกินร้อยของทุกคนไม่ได้ เพราะเส้นทางที่จะไปนั้น ลำพังเดินตัวเปล่าก็ว่าลำบากแล้ว
![]()
ดอยพญาไพร ดินแดนแห่งชา กับจุดดูดาวแห่งใหม่
ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นการพัฒนาโครงการต่างๆ จากล่างขึ้นบน เป็นความต้องการที่ตรงกันของชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน และที่สำคัญท้องถิ่นก็เห็นชอบด้วย
เชิดชัย ลาชี นายกอบต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เล่าถึงพื้นเพของชาวบ้านตำบลเทอดไทยว่า เดิมพื้นที่ตรงนี้ไม่มีใครกล้ามา เพราะว่าเป็นฐานที่มั่นของขุนส่า ราชาแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ภายหลังจากการปราบปรามพื้นที่ตรงนี้จากที่เคยปลูกฝิ่นก็เปลี่ยนมาทำไร่ชา ทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ชาวบ้านทั้งดอย 99% ปลูกชา เป็นชาอัสสัม อู่หลงเบอร์ 12 และ เบอร์ 17 ชาสามฤดู และ ชาน้ำมัน มีโรงงานทำชาราว 50 โรง อีก 1% ค้าขาย ส่วนใหญ่ส่งขายเข้าโรงงานฉุยฟงอีกทอดหนึ่ง แต่บางครอบครัวทำแบรนด์ของตัวเอง เป็นชาคุณภาพระดับที่ได้รางวัลจากญี่ปุ่นก็มี โดยการทำไร่ชานี้สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านดอยพญาไพรมานานนับ 3 รุ่นแล้ว
![]()
นายกฯเชิดชัย ยอมรับว่า ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้นยังไม่มีจุดขายเท่าไหร่นัก แต่หลังจากที่ 3 หมู่บ้านต้องการจะผลักดันให้สันผาพญาไพรเป็นจุดดูดาว ก็มองเห็นโอกาสว่าจะเป็นไปได้จึงได้ ท้องถิ่นจึงได้ร่วมกับชาวบ้านจัดโครงการพาเด็กๆไปดูดาวขึ้นมา
ชาวบ้านจาก 3 หมู่บ้าน มีชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ประกอบไปด้วย อาข่า ลาหู่ ม้ง ไทใหญ่ จีนฮ่อ(ยูนนาน) ลัวะ และ ลีซู โดยทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันเรื่องการผลักดันสันผาพญาไพรให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป้าหมายเพื่อให้ชุมชนมีแลนด์มาร์กสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดความคึกคัก
“เดิมตรงนี้เรียกว่าดอยเกี๊ยะ อยู่ในเขตพื้นที่ของวนอุทยานสันผาพญาไพร เป็นแนวชายแดนไทย-พม่า อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดูดาว ในส่วนของท้องถิ่นเราก็อยากให้เกิดการท่องเที่ยว จะได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน”
สำหรับการท่องเที่ยวดูดาวยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากของคนพื้นที่ สิ่งที่ต้องขับเคลื่อนจากนี้ต้องเน้นหนักที่การประชาสัมพันธ์ และ เดินหน้าจดทะเบียนขึ้นเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด
![]()
“ก่อนขึ้นมาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเป็นแบบไหน แต่พอได้ขึ้นมาแล้วก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ได้เห็นดาวเต็มฟ้า สวยจริงๆ เห็นทางช้างเผือก ผมอยู่มานานยังไม่เคยสังเกต พอได้มาเห็นค่ำคืนนี้ก็รู้สึกว้าว เส้นทางอาจจะลำบาก แต่ถ้ามาถึงแล้วรับรองว่าจะหายเหนื่อยเลย ตื่นเช้ามาก็มีทะเลหมอกสวยงามมาก แต่ต้องบอกว่าตอนนี้พื้นที่ยังดิบๆ ไม่มีห้องน้ำ ดังนั้นหลังจากนี้เราต้องมีการประชาสัมพันธ์ ผลักดันให้เกิดการพัฒนา และขับเคลื่อนร่วมกับพญาไพรแคมป์ไซต์เรื่องการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดต่อไป”
![]()
แต่สำหรับผู้ที่อยากมาเที่ยวจริงๆ นายกฯเชิดชัย แนะนำว่าให้ติดต่อผ่านวนอุทยานสันผาพญาไพร หรือ อบต.เทอดไทยก่อนที่จะเดินทางมา
ด้านคุณอิ๋ว-สุภาพร นาคินทร์ปุระบุรี เลขานุการประจำคณะกรรมมาธิการการอุตสาหกรรม ที่มีโอกาสมาสัมผัสกับค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้าบนสันผาพญาไพรให้มุมมองต่อท้องถิ่นว่า การท่องเที่ยวดูดาวถือเป็นเรื่องใหม่ของคนพื้นที่ โดยมีจุดชมดาวที่น่าสนใจ ถือเป็นอันซีนที่น่าจะดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในชุมชนได้
“วันนี้ถือว่ามาเซอร์เวย์ แล้วจะนำข้อมูลไปนำเสนอที่ประชุม นำไปสู่การผลักดันให้เป็นพื้นที่ดาร์กสกาย เกิดการผลักดันงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ มองว่าต่อไปที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นในพญาไพรที่จะนำมาสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยสิ่งที่ต้องผลักดันจากนี้คือเส้นทางการขึ้นมา และ มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว”
ระหว่างดื่มด่ำกับดวงดาวบนท้องฟ้า เมื่อมองกลับมาที่สันผาพญาไพร ถ้าให้เปรียบกับดาวที่แห่งนี้ก็คงเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเองอยู่แล้ว รอเพียงเวลาให้ผู้คนได้มาค้นพบ และชื่นชมความงดงามไปด้วยกัน
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
