โคราชเตรียมดันแหล่งจีโอพาร์คใหม่ “เขาสามสิบส่าง”
พัฒนาสู่แหล่งเรียนรู้ท่องเที่ยวโคราชอุทยานธรณีโลก
ภาพทิวทัศน์อันแปลกตา หลุมบ่อนับร้อยชวนอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นบนเนินเขาสามสิบส่าง คือ เสน่ห์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมานานนับร้อยล้านปี
หลุมบ่อเหล่านี้ในภาษาอีสานเรียกว่า “โขด” หรือ “ส่าง” ขณะที่ภาษาทางธรณีวิทยาจะเรียกว่า “กุมภลักษณ์” หรือ “หลุมหม้อ (Pothole)”
![]()
ในอดีตบ่อบนภูเขานี้จะมีน้ำฝนตกลงมาใส่จนเต็มอยู่ตลอดปี ชาวบ้านเอาไว้ดื่มกินหรือชำระล้างต่างๆ ยามที่ขึ้นเขามาหาของป่า แต่ปัจจุบันหลุมบ่อเหล่านี้กลายเป็นต้นทุนสำคัญที่จะพัฒนาให้เขาสามสิบส่างกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
เขาสามสิบส่างมีภูมิประเทศแบบเขามีดโต้ หรือ เขาเควสต้า คือ มีลักษณะเนินเขาด้านหนึ่งลาดเป็นผาชัน อีกด้านหนึ่งเป็นแนวราบเอียงเล็กน้อยราว 10 องศา เป็นภูมิประเทศที่พบเฉพาะขอบที่ราบสูงโคราชเท่านั้น
![]()
ในโอกาสที่ “ดร.มารีย์ หลุยส์ ฟรายน์” ผู้เชี่ยวชาญและกรรมการบริหารเครือข่ายอุทยานธรณีโลกเดินทางมาที่เมืองไทยเพื่อประเมินอุทยานธรณีขอนแก่นในการยื่นขอเลื่อนขั้นเป็นอุทยานธรณีโลก (UNESCO Global Geopark) ซึ่งหากผ่านการประเมินก็จะกลายเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของประเทศไทยต่อจากอุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช แต่ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจะเดินทางไปขอนแก่น “ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล” ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโลกโคราช จึงถือโอกาสเชิญ ดร.มารีย์ หลุยส์ ฟรายน์ มาร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาแหล่งในอุทยานธรณีโลก ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริเขาสามสิบส่าง อำเภอสูงเนิน เมื่อวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนกับชุมชนและผู้เกี่ยวข้องที่จะได้รับประโยชน์จากงานสัมมนาในครั้งนี้ด้วย
![]()
“เขาสามสิบส่างเป็นแหล่งใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับการประเมินมาก่อน เลยถือโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญได้มาแนะนำ หรือให้การเตรียมพร้อมของชุมชน คือ เราก็พอจะทราบบ้าง แต่เราอยากฟังจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคณะกรรมบริหารเครือข่ายอุทยานธรณีโลก” ผศ.ดร.ประเทือง กล่าวถึงที่มาของงานสัมมนาครั้งนี้
![]()
ความน่าสนใจของเขาสามสิบส่าง คือ ภูมิประเทศแบบเขามีดโต้ที่ชันด้านหนึ่งและลาดด้านหนึ่ง แล้วด้านบนเขามีกุมภลักษณ์ หรือ ส่าง ซึ่งโดยปกติกุมภลักษณ์ในประเทศไทยมักเกิดบริเวณที่มีทางน้ำไหลเชี่ยว หรือ ตามแม่น้ำต่างๆ อาทิ สามพันโบกที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่กุมภลักษณ์บนเขาสามสิบส่างเกิดจากแรงกระแทกจากเม็ดฝนที่ตกลงมา ทำให้หินทรายที่มีเนื้อละเอียดแตกหลุดและกร่อนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมื่อฝนตกลงมาก้อนกรวดชิ้นเล็กๆ เหล่านั้นก็จะทำหน้าที่ขัดให้กลายเป็นหลุมลึกลงไป รวมถึงการสึกกร่อนจากกระแสน้ำฝนที่ไหลหลากไปตามแนวลาด จนทำให้เกิดหลุมในรูปแบบต่างๆ เรียงรายอยู่บนยอดเขา จนได้รับการขนานนามว่าเป็นกุมภลักษณ์แห่งธารสายฝน
![]()
“ด้วยรายละเอียดเหล่านี้ เราถือว่ามีความสำคัญในแง่ที่ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน นักเรียนนักศึกษา สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ขึ้นไปบนเขาก็จะมีหน้าผาชัน มีจุดชมวิวเห็นภูมิประเทศไกลไปจนถึงภูผาสูง ภูหลวง แล้วที่นี่โดดเด่นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มีแปลงผักต้นไม้พืชสมุนไพรและมีการอนุรักษ์พันธุ์ไม้พื้นถิ่น คือ สลัดได เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กจำพวกเดียวกับกระบองเพชร และในแง่ของการท่องเที่ยวถือว่าไม่ไกลจากอำเภอสูงเนินมาประมาณ 20 กว่ากิโลเมตรก็ถึงแล้ว” ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโลกโคราช กล่าว
ด้าน ดร.มารีย์ หลุยส์ ฟรายน์ ได้อธิบายถึงภารกิจ โครงสร้าง และการทำงานโครงการธรณีวิทยาและอุทยานธรณีวิทยานานาชาติว่ามีการแบ่งการทำงานเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งของนักวิทยาศาสตร์ กับฝั่งของการบริหารโครงการ โดยปัจจุบันอุทยานธรณีโลกมีสมาชิกทั้งหมด 229 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียแปซิฟิก แต่มีเป้าหมายให้มีสมาชิกกระจายตัวให้ทั่วถึงทุกทวีปมากขึ้น
![]()
“ถึงเราจะได้เป็นสมาชิกแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตลอดไป เพราะยูเนสโกจะมีการประเมินการรักษามาตรฐานของอุทยานธรณีโลกทุก 2 ปี จึงเป็นสิ่งที่เราต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน”
พร้อมกับแนะนำการขับเคลื่อนพัฒนาจีโอพาร์คว่าไม่ควรหยุดนิ่ง ต้องออกไปแลกเปลี่ยนกับที่อื่นๆ เช่น สตูล หรือ ขอนแก่น หรือ ใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงให้เกิดการรับรู้ สามารถอธิบายผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้ได้ว่าเกี่ยวกับจีโอพาร์คอย่างไร
“จีโอพาร์คไม่ใช่ภาคธรณีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบูรณาการ และภูเขาในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน อุทยานธรณีโลกเป็นเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน บูรณาการในพื้นที่ ใช้มรดกทางธรณีเป็นฐาน แล้วบูรณาการไปสู่การท่องเที่ยว มรดกทางวัฒนธรรม การพัฒนาต่างๆ นี่คือฐานแนวคิดการทำจีโอพาร์ค”
![]()
ขณะที่ นายเอกชัย พรหมพันธ์ใจ นายก อบต.มะเกลือเก่า ผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ กล่าวถึงการปกป้องมรดกชุมชนกับการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า เขาสามสิบส่างถือเป็นแหล่งอาหารของชุมชน เพราะเนินเขานี้มีชุมชนรอบด้าน พืชผักบนเขาได้แก่ หน่อไม้ ผักหวาน และสมุนไพรรวมถึงพืชอื่นๆ อีกกว่า 100 ชนิด
“ตอนผมมาครั้งแรกเขาสามสิบส่างเกือบจะเป็นป่าเสื่อมโทรมแล้ว เกิดจากสาเหตุหลายอย่าง เลยเริ่มให้คนมีความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่า เชิญหลายเครือข่ายเข้ามาทำงานมีส่วนร่วม อาทิ ชาวบ้าน ทหาร มีการสร้างฝายชะลอน้ำซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นโครงการแรกที่เราเข้าไปทำ ตอนแรกผมไม่อินกับฝาย แต่เมื่อเราสร้างฝายพอฝนตกจะมีประโยชน์ ผมเห็นน้ำขึ้นมาระดับหนึ่ง แทนที่จะไหลทิ้งหมด และเมื่อมีน้ำก็มีชีวิต เริ่มมีลูกอ๊อดเป็นหมื่นตัว เป็นเรื่องที่น่าดีใจ เพราะการทำงานเกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชน และเมื่อประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนก็จะรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ตอนนี้เราเริ่มเห็นอนาคตของเขาสามสิบส่าง จากนี้จะต้องมีกระบวนการเรียนรู้ ถ้ามีคนมาถาม เราต้องรู้ว่าสามสิบส่างคืออะไร เควสต้าคืออะไร ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทำฝาย ทำแก้มลิง หรือปลูกป่า โรงเรียนในพื้นที่จะเอาลูกหลานมาร่วมทำกับเราตลอด”
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
นายก อบต.มะเกลือเก่า กล่าวถึงประเด็นการท่องเที่ยวอีกว่า ปัจจุบันนี้ อบต.เข้ามาร่วมพัฒนาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่ป้ายเช็คอิน ป้ายบอกจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแก้มลิง ฝ่ายหินทิ้ง ฝายของพ่อ โดยมีปลายทางเป็นจุดชมวิวซึ่งเป็นไฮไลท์เขาสามสิบส่าง ที่มองจากด้านบนจะมีความสวยงาม มองเห็นเป็นเขาเควสต้าหลายลูกเรียงกัน
“ผมดีใจไม่นึกว่าวันนี้จะเกิดขึ้น ไม่นึกว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญมานั่งฟังพวกเรา เมื่อก่อนตอนผมเดิน อย่าว่าแต่ส่างเลย แค่สมุนไพรก็ไม่เคยรู้ ผมว่าวันนี้ความรู้จะทำให้ประชาชนเห็นคุณค่าของบ้านตัวเอง เป็นชนบทที่มีจุดแข็งจากทรัพยากรที่มีค่า และยังมีโอกาสที่ดี มีทีมนักวิชาการ และอุทยานธรณีโลกมาให้ข้อมูล ซึ่งเราตั้งใจว่าจะกระจายข้อมูลให้กับชาวบ้านตั้งแต่เด็ก เยาวชน กลุ่มองค์กรต่างๆ ทำให้สามสิบส่างได้เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวที่พัฒนาอย่างยั่งยืน”
![]()
นอกเหนือจากการมีต้นทุนทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดผู้คนในพื้นที่ต้องรู้จักคุณค่าของฐานทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ เพราะเมื่อได้รู้จักก็จะเกิดความรักและหวงแหน นำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนากลายเป็นความยั่งยืนที่ใครๆ ก็อยากมาเยือน
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
