สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากช่อง
บิ๊กซัพพอร์ตเมืองเขาใหญ่ สู่ถนนสายเวลเนสซิตี้
บทบาทการขับเคลื่อนสู่เมืองเวลเนสของเขาใหญ่ หลายคนอาจนึกถึงแต่ภาพของความแกลมและไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา นั่นคือความจริงส่วนหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งของเมืองปากช่องยังมีหน่วยงานที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญอย่าง “สำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากช่อง” ผู้ที่คอยผลักดันเรื่องสุขภาพในระดับชุมชนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการปูทางไปสู่เมืองเวลเนสที่แท้จริง
ระยะเวลา 3 ปี ที่ “ราเมธ สุวรรณทา” ก้าวเข้ามารับตำแหน่งสาธารณสุขอำเภอปากช่อง หรือที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกกันติดปากว่าหัวหน้า ถือเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ทว่าได้สร้างผลงานโดดเด่นจนเป็นที่ประจักษ์ หลายโครงการได้รับรางวัลระดับเขต และระดับประเทศ จนทำให้ปากช่องถูกจับตาจากท้องถิ่นอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยปีที่ผ่านมาสำนักงานสาธารณสุขปากช่องมีโอกาสต้อนรับคณะที่เดินทางมาดูงานแล้วเกือบ 100 คณะ
![]()
“นี่เป็นแค่ออร์เดิร์ฟนะ ผมยังไม่สะใจ เดี๋ยวจะมีว้าวอีกหลายเรื่อง และผมอยากให้มันสำเร็จทีละเรื่อง” ฟังโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุก็เหมือนคนคุยโว แต่หากได้เห็นในความมุ่งมั่นตลอด 3 ปีแล้ว นี่จึงเป็นน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะหลายโครงการสำเร็จเห็นผลแล้วในระยะเวลาไม่นานนัก
ทีม Khaoyai Connect มีโอกาสได้พูดคุยกับสาธารณสุขอำเภอปากช่อง ถึงบทบาทต่อการดูสุขภาพของผู้คนในชุมชนว่ามีความก้าวหน้ามากน้อยอย่างไร เพราะหน่วยเล็กๆ อย่างชุมชนนี่เองที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ให้เติบโตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแข็งแรงได้
ดูแลผู้สูงอายุแบบต่อเนื่อง คว้ารางวัลชนะเลิศระดับเขต
ในเขตอำเภอปากช่อง มีหน่วยบริการสาธารณสุขกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ได้แก่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 1 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 18 แห่ง และคลินิกหมอครอบครัว 4 แห่ง ล้วนมีหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ที่แตกต่างกันไปตามวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละท้องที่
หนึ่งในเรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ หนีไม่พ้นเรื่องของผู้สูงอายุ เฉพาะรายชื่อในทะเบียนบ้านก็ปาเข้าไปเกือบ 3 หมื่นรายจากประชากรทั้งหมด 2 แสนกว่าราย
![]()
สาธารณสุขอำเภอปากช่องบอกว่า ในส่วนของเชิงรับเราจะเน้นเรื่องการพัฒนาระบบ ศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์เครื่องมือในการให้บริการเรื่องตรวจรักษาทั้งพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ รพ.สต.ท่าช้าง ในโซนเขตหมูสี จะมีทีมแพทย์ให้บริการ 24 ชม. แต่เนื่องจากช่วงกลางคืนไม่ค่อยมีคนไข้ จึงกำหนดเป็นเวรนอน แต่สามารถเรียกได้
“อย่างน้อยก็บรรเทาคนไข้ ถ้าฉุกเฉินก็แวะมาที่ รพ.สต.ท่าช้าง ก่อนจะไปโรงพยาบาล เราจะมีหมออนามัยประเมินเบื้องต้นระหว่างรอรถพยาบาลมารับ”
ส่วนเชิงรุก ที่โดดเด่นอย่างมากสามารถคว้ารางวัลระดับเขต คือ การดูแลผู้สูงอายุแบบต่อเนื่อง จะเป็นลักษณะการจัดกิจกรรมเดือนละ 1 ครั้ง และการดูแลสุขภาพ 9 ด้าน เช่น ข้อเข่าติด สมองเสื่อม สายตาไม่ดี เป็นต้น โดยกิจกรรมต่างๆ จะมีทีมแพทย์เข้าไปดูแล
![]()
“เราจะเชิญผู้สูงอายุมาจัดกิจกรรมเดือนละครั้ง ที่วัดซับหวาย ต.หนองสาหร่าย ลูกเขาจะมาส่ง ห่อข้าวมากิน มีพระดูแล ฟังธรรม ตรวจสุขภาพ ทำกับข้าวกินกัน มีกิจกรรมออกกำลังกาย ที่นี่ไม่เหงาเลย ผู้สูงอายุจะเฝ้ารอให้ถึงวันที่จะมา ซึ่งลูกหลานก็ชอบมาก จะพามาส่ง มาแล้วก็ไม่อยากกลับ กิจกรรมมีความหลากหลาย แต่ละเดือนจะไม่เหมือนกัน แต่ละครั้งมีผู้สูงอายุเข้าร่วมหลายร้อยคน ช่วงแรกมากันหลักสิบ พอได้มาลองก็ชอบกลายเป็นปากต่อปากว่ามาแล้วได้เจอเพื่อน ได้คุยสนุก บางคนเดินกะเผลกถือไม้เท้ามาร่วม ขนาดว่าคนจากอำเภออื่นถึงกับอยากมาร่วมด้วย มาถามว่าขอสมัครเป็นสมาชิกได้ไหม”
ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุที่ติดเตียง สำนักสาธารณสุขปากช่องก็ไม่ทอดทิ้ง โดยจะใช้อาสาสมัครเป็นผู้สำรวจตามชุมชน หากพบว่ามีผู้สูงอายุติดเตียง ก็จะมีการแจ้งเข้ามาที่ รพ.สต. เพื่อนำเข้าระบบดูแลกันต่อไป
ด้วยกิจกรรมดูแลผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ผลที่ได้รับไม่เพียงสุขภาพกายและใจของคนเฒ่าคนแก่ แต่ยังเป็นการผ่อนเบาภาระลูกหลานได้อย่างมาก เมื่อผู้สูงวัยในบ้านไม่น่าห่วง ลูกหลานก็สามารถออกไปทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“สำหรับคนแก่ เราจะเน้นให้เขาดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน เขาจะรู้สึกว่าอยู่อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี ส่วนลูกหลานคนหนุ่มสาวก็สามารถจะไปทำงาน ทำโรงแรม ทำสวน ขายของตลาดนัดอะไรก็ว่าไป”
![]()
สุ่มตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย
อีกนโยบายที่สาธารณสุขให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องการตรวจสารเคมีในผลผลิตทางการเกษตร ทั้งในห้างและตามตลาดนัด
“เพราะเราเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เรามีการตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแมคโคร โลตัส หรือตลาดสด ตลาดนัดเราก็สุ่มตรวจ เพื่อความปลอดภัยของทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทุกคนจะได้มีสุขภาพที่ดีและปลอดภัย โดยเราสุ่มตรวจในสิ่งที่น่าจะมีความเสี่ยงของการปนเปื้อน นี่เป็นอีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญ”
![]()
โรงเรียนเบาหวาน สุดยอดโครงการเพื่อสุขภาพประชาชน
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากช่อง คือ การดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่เกิดจากการใช้ชีวิตและพฤติกรรมส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องโรคเบาหวาน ที่ตอนนี้ในอำเภอปากช่องมีผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 9,300 คน และปัญหาความดันอีก 24,000 คน
“ตอนนี้เรามีโรงเรียนเบาหวานวิทยานครชัยบุรินทร์ ซึ่งก็คือเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งอยู่ที่ รพ.สต.ท่าช้าง ที่เป็นโมเดลของโรงเรียนเบาหวานวิทยาอื่นๆ ที่เรามีกระจายอยู่ทั่วทุก รพ.สต. ทุกอนามัย และจากที่เราทำให้ผู้ป่วยสามารถหยุดยาได้สองร้อยกว่าคน และลดยาอีกเกือบสามพันคน ตอนนี้กล้าพูดว่าเราเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศแล้ว”
![]()
หัวหน้าราเมธบอกว่า โรงเรียนเบาหวานจะตอบโจทย์การดูแลสุขภาวะของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง สามารถช่วยในเรื่องโรค NCDs ได้หมด ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคอ้วน ไปจนถึงมะเร็ง และ หลอดเลือดสมองตีบ เนื่องจากโรคเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง
“ตั้งแต่ทำมา 3 ปี เราสามารถทำ Remission (รีมิสชั่น) หรือโรคระยะสงบได้ถึง 200 กว่าคน แต่เราขอใช้คำว่าเบาหวานหายแล้วกัน คือ ไม่ต้องกินยาแล้ว แค่ต้องไปพบหมอตามนัด และปฏิบัติตามแนวทางของโรงเรียนเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ลดยาแล้วอีก 2-3 พันคน และที่น่าดีใจคือผลพลอยได้จากโรงเรียนเบาหวานทำให้โรงพยาบาลปากช่องนานาสามารถประหยัดเงินค่าซื้อยาเบาหวานได้ถึง 6 ล้านบาท”
ย้อนกลับไปก่อนจะประสบความสำเร็จอย่างวันนี้ การทำงานกับผู้ป่วยเบาหวานถือว่าไม่ง่าย เพราะในความรู้สึกของผู้ป่วยที่มาเข้าโรงเรียนเบาหวานจะเหมือนถูกบังคับ แต่เมื่อเห็นผลว่าหลายคนสามารถหยุดยาได้ รวมถึง 90% ลดยาลงหมด ทำให้หลายคนเริ่มอยากจะเข้ามาที่โรงเรียนเบาหวาน โครงการนี้จึงตอบโจทย์ทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง
![]()
นอกจากนี้การที่มีคนมาดูงานปีละเกือบ 100 คณะก็เป็นผลดีอย่างมากกับภาคการท่องเที่ยวของเมืองปากช่อง
“ปีที่แล้วปีเดียวมีคนมาเกือบ 100 คณะจากทั่วประเทศ มีทั้งภาครัฐและเอกชน สปป.ลาวก็มาดูเราเหมือนกัน ถือเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว เขาได้มาพักมากินที่บ้านเรา อาจจะ 3 วัน 2 คืน แล้วคณะนึงมีตั้งแต่ 50 - 200 คน เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรมก็จะได้ตรงนี้ แล้วเขามาวันธรรมดา จึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างดี”
นอกจากต้อนรับคณะมาศึกษาดูงาน ปัจจุบันสำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากช่องเนื้อหอมจนได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรพูดในหลายจังหวัด อาทิ พัทยา และประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น
![]()
ปั้น อสม. เป็นหมอคนที่ 1 ลงลึกเรื่องเบาหวานรายครัวเรือน มุ่งสู่ชุมชนปลอดเบาหวาน
อีกหนึ่งเรื่องที่ก้าวหน้าของอำเภอปากช่อง คือ การส่งเสริมให้ อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่มีอยู่ 2,745 คน สามารถไปเป็นหมอคนที่ 1 ในโรงเรียนเบาหวาน ที่ตอนนี้กระจายลงทั่วทุกหมู่บ้านแล้ว
หัวหน้าราเมธบอกว่า ตอนนี้โรงเรียนเบาหวานมีทุก รพ.สต. และทุกหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านแทบไม่ต้องออกจากบ้านไปโรงพยาบาลเลย และจะมี อสม. ลงไปหาถึงบ้าน โดยให้ถือว่า อสม. เป็นหมอคนที่ 1 สามารถเจาะเลือดและสอนคนไข้ที่บ้านได้ โดยจะรายงานผลผ่านระบบที่เป็นไลน์กลุ่มที่มีแพทย์เป็นคนควบคุม
![]()
“บ้านเขาอยู่ข้างๆ กัน ตอนเย็นก็ไปหากันได้ เช้าก็ไปหากันได้ ไปดูว่าเขากินข้าวอะไร ที่น่าดีใจ คือ ตอนนี้ อสม. ที่ผมให้ไปดูแลคนไข้ สามารถทำให้คนไข้หยุดยาได้ถึง 100 คน ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา เราเพิ่งเริ่มทำเมื่อกลางปี 68 นี่เอง ผมก็ตกใจนะว่า อสม. ทำคนไข้รีมิสชั่น หยุดยาได้ แต่ทั้งนี้แพทย์เป็นคนสั่งหยุดนะ
ผมมองว่าโครงการสามารถตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพเชิงคุณภาพให้พี่น้องจริงๆ อาจจะไม่ใช่แค่ปีสองปี แต่ถ้าทำต่อเนื่องจะยั่งยืนเป็นร้อยปี ผมอยากทำให้ถึงขนาดว่าเป็นค่านิยมของหมู่บ้าน ถ้าใครเป็นเบาหวาน หรือ เสี่ยงเป็นเบาหวานต้องเข้าหลักสูตรโรงเรียนเบาหวานโดยอัตโนมัติ โดยชุมชนเป็นคนบังคับให้เข้าเอง ถ้าใครดื้อไม่เข้าโรงเรียนเบาหวาน ให้ชุมชนบอยคอต ให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าไม่เข้าโรงเรียนเบาหวานจะกลายเป็นภาระของลูกหลาน ให้เป็นค่านิยมของสังคมไปเลย”
เล็งร่วมกับชมรมร้านอาหารปากช่องผุดเมนูพิชิตเบาหวาน
เนื่องจากเบาหวานเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งโดยมากจะเกิดกับกลุ่มวัยแรงงานที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาเมือง ดังนั้นหากเมืองร่วมมือกันปรับ โดยเอื้อให้กลุ่มเหล่านี้มีทางเลือกมากขึ้น ก็อาจจะทำให้การแก้ปัญหาเรื่องเบาหวานเป็นไปอย่างมีพลังมากยิ่งขึ้น
จึงเป็นที่มาของไอเดียสุดบรรเจิดของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอปากช่องที่จะร่วมมือกับชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง จัดเมนูพิชิตเบาหวานใส่ไว้เป็นทางเลือกตามร้านอาหารให้มากที่สุด
![]()
“ผมได้คุยกับชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารปากช่อง โดยเสนอว่า อยากทำหลักเกณฑ์โรงเรียนเบาหวานในร้านอาหารในปากช่อง โดยที่เราจะทำเมนูพิชิตเบาหวาน แล้วไปตั้งเป็นคิวอาร์โค้ด สมมติลูกค้ามานั่งสแกนดูเมนูพิชิตเบาหวาน เราก็จะมีรายละเอียดบอกว่าอาหารชนิดนี้มีกี่คาร์บ ก็ให้เขาเลือก ว่าถ้ากินเมนูนี้น้ำตาลลด แต่กินอิ่มเหมือนเดิม ให้มันกลายเป็นไฮไลท์ของปากช่องเลย ว่าปากช่องมีเมนูพิชิตเบาหวาน และถ้าอยากเรียนรู้มากๆ ก็ให้เข้ามาหาเราที่โรงเรียนเบาหวานวิทยา”
เมื่อถามว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หัวหน้าราเมธแง้มว่า รอให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนกว่านี้จะบอกรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
เรื่องที่ไปพูดที่ไหนก็ไม่กระดากปากของข้าราชการหนุ่มเมืองปากช่อง
“ผมเป็นคนอำเภอประทาย แต่อยู่ปากช่องมา 20 กว่าปีแล้ว ก็รู้สึกผูกพันกับปากช่อง มีใจอยากพัฒนา ผมเป็นสาธารณสุขอำเภอมาปีนี้ปีที่ 6 แต่ผมย้ายมาปากช่องได้ 3 ปีกว่า เรื่องเบาหวานผมทำตั้งแต่อยู่ที่เดิมแล้ว พอมาปากช่องผมก็เริ่มเลย เพราะมองว่ามันตอบโจทย์พี่น้องประชาชนจริงๆ อีกทั้งเรามีนโยบายที่ชัดเจน เอาจริงเอาจังและต่อเนื่อง ก็เลยเกิดผลอย่างทุกวันนี้
![]()
ผมเป็นคนบ้านนอก แม่ผมก็เป็น อสม. มาก่อน คลุกคลีกับชาวบ้านมานาน เคยทำโครงการที่เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมาก่อน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บางครั้งพออบรมไปเขาก็ไม่เอาไปทำ มันก็ได้แต่เชิงปริมาณ แต่เชิงคุณภาพไม่ได้ ก็เลยมาคิดว่าจะทำอะไรให้ชาวบ้านได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และมีแนวทางที่จะพัฒนาต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ”
ด้วยแรงผลักทั้งหมดที่ว่ามา จึงเป็นที่มาของความสำเร็จก้าวแรกของโรงเรียนเบาหวานวิทยาอย่างในวันนี้
“แล้วผมคิดว่ามันต้องมีสักเรื่องสิ ที่เราพูดแล้วไม่กระดากปาก และรู้สึกภูมิใจว่าเราไม่ได้หลอกตัวเอง” น้ำเสียงเด็ดขาดจากปากข้าราชการหนุ่ม ผู้ที่ยังเปี่ยมไปด้วยพลังกายและใจที่จะทุ่มเทเพื่อเมืองที่ตัวเองรักต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
