ครบรอบ 250 ปี แห่งเสรีภาพอเมริกา
ชวนเที่ยวตามรอยเส้นทางอเมริกัน-จีไอในโคราช
เมืองโคราชถือเป็นอีกจุดยุทธศาสตร์สำคัญในช่วงสงครามเย็น และสงครามเวียดนาม ระหว่างทศวรรษ 2500-2520 ที่ทหารอเมริกัน-จีไอเลือกเข้ามาปักหลักลงฐานที่มั่นสำคัญทั้งทางบก และทางอากาศ
ทางบก คือ ค่าย Friendship ปัจจุบัน คือ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และทางอากาศ คือ ฐานบินโคราช ปัจจุบัน คือ กองบิน 1 กองทัพอากาศ จังหวัดนครราชสีมา
ท่ามกลางความโหดร้ายในช่วงเวลานั้น แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาตั้งฐานทัพของทหารอเมริกันได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเมืองอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
การเข้ามาของบรรดาทหารอเมริกันนั้นนอกจากภารกิจรบแล้ว พวกเขายังหอบสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงครบครันเข้ามาตั้งไว้ในเมืองด้วย ทำให้ในช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจในโคราชเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก
ปีนี้ในวาระครบรอบ 250 ปี แห่งการประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา สถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลในประเทศไทยได้จัดงาน 250 ปีแห่งเสรีภาพในประเทศไทยหลายจุด โคราชเป็นอีกจุดที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในวันที่ 2-4 ตุลาคมที่ผ่านมาที่บริเวณตลาดเมย์แฟร์
ในโอกาสเดียวกันนี้ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และเทรคกิ้ง ไทยแลนด์ทัวร์ (Trekking Thailand Tour) ได้จับมือจัดกิจกรรมพิเศษ “ย้อนรอยทหารอเมริกัน (American GI) ในโคราช” (STEP BACK TO KORAT THE AMERICAN YEARS) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองด้วยเช่นกัน
เราเริ่มต้นช่วงเช้าที่จุดแรก คือ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อดีตเป็นค่ายเฟรนด์ชิพ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถนนมิตรภาพจากสระบุรีไปจนถึงหนองคาย ระยะทาง 509 กิโลเมตรในปัจจุบัน
ผู้จัดบอกว่าทริปนี้วางแผนไว้เป็นปี เพราะการเข้ามาเขตพื้นที่ทหารไม่ใช่เรื่องที่อยากเข้าก็เข้าได้ทันที แต่ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวความเชื่อมโยงระหว่างทหารกับชาวโคราช ทำให้ทริปนี้เกิดขึ้นจนได้ด้วยการสนับสนุนจาก พ.อ.ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 กองทัพภาคที่ 2
ก่อนจะเดินทางเข้าไปในค่าย เราได้สักการะ “อนุสาวรีย์กล้ากลางสมร” ที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีเหล่าทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ช่วงปี 2508-2528 โดยได้สลักชื่อไว้ทั้งหมด 86 นาย ส่วนพื้นที่รอบๆ มีการจัดวางยุทโธปกรณ์ที่เคยผ่านสมรภูมิรบและยังคงบำรุงรักษาสภาพภายนอกไว้อย่างสมบูรณ์
![]()
![]()
จากนั้นรถชมสถานที่ได้พาเราเคลื่อนเข้าไปในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ แวะจุดแรกที่ “วัดโบสถ์” ซึ่งเป็นอาคารเก่าที่ทหารอเมริกันมาสร้างไว้ในช่วงสงครามเวียดนาม เดิมทีวัดแห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์ ภายหลังเมื่อทหารอเมริกันถอนกำลังออกไปจึงได้มอบให้รัฐบาลไทย กรมทหารราบที่ 23 จึงได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นวัด แล้วนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวของคนในค่ายต่อไป แล้วตั้งชื่อว่าวัดโบสถ์ ที่มาจากโบสถ์คริสต์นั่นเอง
![]()
![]()
ที่ค่ายทหารวันนี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยอาคารต่างๆ ในช่วงสงครามเวียดนามหลายจุด อาทิ อาคารพักอาศัย 2 ชั้นที่มองจากภายนอกยังดูไม่ต่างจากภาพถ่ายเก่าเมื่อ 60 ปีที่แล้วมากนัก แต่ได้รับคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ว่าภายในมีการชำรุดหลายจุด ยังต้องมีการบูรณะซ่อมแซมอีกมากหากจะต้องเปิดให้เดิมชมด้านใน
![]()
เส้นทางในวันนี้เรายังได้เข้าไปที่กองบิน 1 เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมภาพถ่ายภารกิจต่างๆ ระหว่างทหารอเมริกันและทหารไทยในช่วงสงครามเย็น-สงครามเวียดนาม
![]()
![]()
![]()
สำหรับเรื่องราวที่ทำให้คนในทริปสะเทือนใจมากที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องราวของสุนัข “รอสโค” ที่เล่ากันถึงความซื่อสัตย์ รอคอยเจ้าของที่ไม่มีวันกลับจนกระทั่งเสียชีวิตในกองบิน 1 แห่งนี้
![]()
![]()
![]()
![]()
รอสโค เป็นสุนัขพันธุ์ผสมที่เจ้าของ คือ กัปตัน Merrill Ray Lewis Jr. นักบิน F105 ได้นำมันมาจากญี่ปุ่น เลวิสตั้งชื่อสุนัขว่า “รอสโค่” เพื่อระลึกถึงเพื่อนของเขา กัปตันรอสโค แอนเดอร์สัน (Roscoe Anderson) ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบิน F-105 ขณะลงจอดที่ฐานทัพอากาศโยโกตะ ประเทศญี่ปุ่น กัปตันเลวิสมาปักหลักที่ฐานบินโคราชได้ไม่นาน ก็ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจรบที่เวียดนามเหนือ และในภารกิจนั้นเอง เครื่องบิน F105 ถูกยิงตกเสียชีวิตเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1966
![]()
เจ้ารอสโคที่ไม่รู้ว่าเจ้านายจากไปอย่างไม่มีวันกลับ มักจะมานั่งรอที่บริเวณด้านหน้าสโมสรคาบูม KABOOM (Korat Air Base Officers Open Mess) ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามอาคารธูปเตมีย์ (ปัจจุบันอาคารคาบูมถูกรื้อหมดแล้ว 100%) โดยมีทหารนายอื่นๆ แวะเวียนมาเล่นกับมันอยู่เรื่อยๆ กระทั่งรอสโคเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงฝังศพมันไว้ที่นี่ และมีการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงความซื่อสัตย์ ตั้งไว้ตรงจุดที่มักจะมานั่งรอเจ้านายอยู่เสมอ
![]()
![]()
![]()
ออกจากค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และกองบิน 1 เราเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน VFW ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมศิริโฮเต็ล ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่เป็นจุดพบปะสังสรรค์ของทหารอเมริกันช่วงสงครามเวียดนามแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่
![]()
![]()
ในช่วงนั้นเองที่ชาวโคราชได้ลิ้มรสชีสเบอร์เกอร์เป็นครั้งแรก!
ร้าน VFW มีกระจายอยู่ทั่วโลก ส่วนประเทศไทยดั้งเดิมมี 4 สาขา ได้แก่ เชียงใหม่ โคราช พัทยา และอุดรธานี โดย VFW โคราชมีหมายเลขประจำหน่วย 10217
![]()
![]()
คุณเล็ก-สุกัญญา เดชดาษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Trekking & Organize (Thailand) ผู้จัดทริปครั้งนี้ บอกกับ Khaoyai Connect ว่า เส้นทางที่พามาวันนี้ จริงๆ อยากนำเสนอเส้นทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามเวียดนามที่เกี่ยวข้องกับคนโคราช แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม อาจด้วยความที่ค่ายทหารและชุมชนแบ่งแยกกันเรื่องความปลอดภัย คนก็เลยเข้าถึงประวัติศาสตร์สงครามได้ยาก ซึ่งจริงๆ ประวัติศาสตร์ช่วงที่ทหารอเมริกันเข้ามาเกี่ยวพันกับคนโคราชโดยตรง
“เวลาเขามา เหมือนเขาสร้างเมืองย่อมๆ มันทำให้ช่วงนั้นมีความเฟื่องฟูด้านเศรษฐกิจค่อนข้างสูง มีการจ้างงาน แม่บ้าน มีสถานที่บันเทิง คลับบาร์ โรงหนัง เฟื่องฟูมาก แล้วพอทหารกลับ โคราชก็ได้เรียนรู้วัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น ทำให้มีการขับเคลื่อนเมืองอย่างเห็นได้ชัด”
คุณเล็กบอกอีกว่า เราทำเส้นทางนี้ขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพ เราเคยไปเห็นโมเดลของหลายประเทศที่เขาทำเรื่องประวัติสงครามได้น่าสนใจ ทั้งที่เขาไม่ได้มีอาคารที่หลงเหลืออยู่แบบที่โคราช ที่สำคัญมันสร้างมูลค่าการท่องเที่ยวได้
ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ และเกี่ยวพันกับคนโคราชโดยตรงนี้เอง จึงเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่มีโอกาสพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวประวัติศาสตร์สงครามขึ้นมา และ แน่นอนว่าเพื่อนำความเฟื่องฟูอย่างในอดีตกลับมาสู่ชาวโคราชอีกครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง: 50 ปี การจากไปของ “รอสโค”
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
