ส่องตัวซีเครทเขาใหญ่
ทัวร์ชมอสรพิษที่ต่างชาติหลงใหลในสีสันและความงาม
ในขณะที่สองหนุ่มสาวชาวโปแลนด์กำลังสืบเท้ามุ่งหน้าเข้าป่าเขาใหญ่อันรกครึ้ม เป็นเวลาเดียวกับความหนาวเย็นที่รุนแรงระดับ -22 องศา ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมเมืองที่พวกเขาเพิ่งเดินทางจากมาเป็นเวลาเดือนกว่าๆ แล้ว
Monika และ Piotr คือ พนักงานออฟฟิศคู่สามีภรรยาชาวโปแลนด์ที่หลงเสน่ห์ธรรมชาติป่าเขาใหญ่ พวกเขาหลบหนีความหนาวเย็นเพื่อมาเที่ยวที่เดิมอีกเป็นหนที่สอง
![]()
ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์บนเขาใหญ่อากาศเริ่มร้อน ป่าเขียวเริ่มแซมด้วยสีน้ำตาลของใบไม้ที่ค่อยๆ ร่วงหล่นมากองทับถมกันตามเส้นทาง แต่ถึงอย่างนั้นการทัวร์ดูสัตว์บนเขาใหญ่ก็ยังถือว่าคึกคัก โดยเฉพาะนกและช้างที่ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
ขณะขับรถขึ้นเขา เราจะเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆ พร้อมไกด์กับกล้องสโคปตามสองข้างทางเพื่อส่องดูนกกันอย่างตั้งอกตั้งใจ
![]()
“ลูกค้าบอกว่ารอบนี้อยากจะมาเจองูเขียวไผ่หางเขียว ซึ่งเป็นงูเฉพาะถิ่น อยู่ในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ ในเมืองไทยพบแค่ 2 แห่ง คือ เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี กับ เขาใหญ่ เห็นว่าเคยมาแล้วไม่เจอ รอบนี้ก็เลยอยากเห็นกัน ก็คิดว่าน่าจะได้เจอแถวริมน้ำ” เบียร์-วิรุฬ จิโนแสง ไกด์ทัวร์บอกกับ Khaoyai Connect ที่ได้รับอนุญาตให้ติดตามมาในครั้งนี้ด้วย
รถวิ่งเอื่อยๆ ไปตามทาง ขณะที่สายตาของผู้นำทริปก็สอดส่ายหาความเคลื่อนไหวจากแนวป่าสองข้างทาง ก่อนจะแวะจุดแรกที่บริเวณ กม.30 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวยืนออเป็นกลุ่มใหญ่อยู่ก่อนแล้ว
ภาพที่เห็นคือนกกก หรือ นกกาฮัง ซึ่งเป็นสายพันธุ์นกเงือกที่ใหญ่ที่สุดสองตัวกำลังจีบกันด้วยการป้อนลูกไม้ให้กัน เป็นภาพที่เห็นแล้วต้องอมยิ้มให้กับความน่ารักของนกคู่นี้
![]()
“นกกกรังนี้อยู่ติดถนน มันเริ่มคุ้นคนแล้ว ใครมาก็ต้องจอดดู ปกตินักวิจัยจะกั้นไม่ให้เข้า เพราะช่วงที่มันจะเข้ารังเป็นช่วงเซนซิทีฟ แต่รังนี้มันติดถนนก็เลยเลี่ยงคนไม่ได้” ไกด์หนุ่มเล่าความเป็นมาของรังนกกกที่ กม.30
![]()
ส่วน Monika และ Piotr เดินเลือกมุมเหมาะๆ ซึมซับบรรยากาศ ก่อนจะยกกล้องขึ้นถ่ายนกคู่รักในอิริยาบถต่างๆ อย่างเพลิดเพลิน เมื่อได้รูปเป็นที่พอใจแล้วพวกเราพากันขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปจุดอื่นๆ โดยมีปลายทางที่น้ำตกเหวสุวัตกับภารกิจตามหางูเขียวไผ่หางเขียว ตัวเด็ดตัวซีเครทถิ่นเขาใหญ่
![]()
เราแวะพักเข้าห้องน้ำกันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่บรรดาไกด์เดินสวนกันไปมา
“พี่เบียร์มีงูในสต๊อกมั้ย” ไกด์สาวคนหนึ่งเดินมาถาม เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า นอกจากเบียร์จะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเทรคกิ้งไทยแลนด์ทัวร์ แล้วยังมีความชำนาญเรื่องงูพอประมาณ ล่าสุดได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาภาคอีสาน จากชมรมอสรพิษวิทยา
เบียร์บอกว่า คอมมูนิตี้คนทำทัวร์เขาใหญ่ส่วนใหญ่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อย่างพวกนก ชะนี ถ้าเจอในป่าก็จะโทร.บอกกัน แต่บางทีกรณีนกบางอย่างที่มันทำรังอยู่ เราก็จะบอกเฉพาะบางคนที่ปิดหมายได้ เพราะถ้าเอาไปเปิด คนรู้ปุ๊บจะเข้าไปล้อมนก แล้วมันจะทิ้งรัง
![]()
“ล่าสุดพฤศจิกายนปีที่แล้ว ปกตินกทึดทือจะนอนรองรังให้พื้นรังเรียบก่อนที่จะออกไข่ ทีนี้มันนอนแช่ หัวโผล่มาแค่ลูกตา แล้วคนถ่ายภาพเห็นแค่นั้นเลยไม่พอใจ ไปปรบมือ ไปทำเสียงรบกวน หนักสุดไปเคาะต้นไม้ จนนกทิ้งรังไปหาทำรังที่อื่น โชคดีที่มันยังไม่ไข่ แค่รองรัง เพราะถ้ามันไข่ก็ทิ้งลูกเลย” เบียร์เล่าความจริงอีกด้านของการได้มาของภาพสวย
แล้วอุทยานมีกฎอะไรป้องกันได้บ้าง?!
“ก็นี่แหละ เราจะแก้ไขยังไง เพราะอุทยานจะเน้นเข้มงวดกับบริษัทนำเที่ยว แต่ไม่ได้เน้นพวกช่างภาพที่มาจากที่ต่างๆ” ยังเป็นคำถามปลายเปิดที่คงรอคำตอบที่เหมาะสมต่อไป
ก่อนจะออกเดินทางไปน้ำตกเหวสุวัต ได้ยินเสียงไกด์บอกต่อกันว่าเจอช้างที่ทุ่งกวาง ไม่รอช้า คณะเราดิ่งไปยังที่หมายเช่นคนอื่นๆ
![]()
หัวหน้าทัวร์ของเราพาเดินขึ้นไปบนเนินดินเตี้ยๆ ลูกหนึ่งก่อนจะหยิบกล้องสองตาขึ้นมาส่อง แล้วชี้นิ้วลึกไปในป่า บอกว่าเห็นหัวช้างขยับ มันน่าจะเดินตรงมาทิศที่พวกเรายืนอยู่
ลูกทัวร์จากทั่วสารทิศต่างยืนรอด้วยความหวังจะได้เจอช้างเขาใหญ่สักครั้ง แต่ผ่านไปเป็นสิบนาทีก็ยังไร้วี่แวว
![]()
“เล่นน้ำนานแล้วนะ มาได้แล้ว” เบียร์ว่าปนขำ
รอได้สักพักหนึ่งสองหนุ่มสาวโปแลนด์ถอดใจ ขอไปจุดอื่นดีกว่า
เรามุ่งตรงมาที่น้ำตกเหวสุวัต พากันเดินเลาะเรียบริมน้ำแบบไม่เร่งรีบ เสียงป่าและสายน้ำเบื้องหน้ามีพลังก่อให้เกิดความสงบขึ้นในใจ
![]()
ระหว่างที่รอไกด์หางูตามคำขอ เราสามคนที่เหลือก็พากันสำรวจพื้นที่กันไปเรื่อยๆ
ไม่นานนักมีเสียงเรียกจากหัวหน้าทัวร์พร้อมทำท่ากวักมือ
“เจอแล้วครับ งูเขียวไผ่หางเขียว ตัวเฉพาะถิ่นที่เขาใหญ่ ตัวนี้เป็นตัวผู้ สีสันไม่สวยเท่าตัวเมีย”
เราสามคนรุดไปยังจุดที่ไกด์ยืนแช่อยู่ในน้ำ มองตามนิ้วของไกด์ที่ชี้ไปยังเป้าหมาย
สำหรับคนที่รีเควสการดูงูอย่างสองหนุ่มสาวโปแลนด์นั้นไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะทั้งคู่มีความรู้ความเข้าใจระดับหนึ่งเกี่ยวกับงูอยู่แล้ว แต่กับคนที่ยังกล้าๆ กลัวๆ ก็จะตื่นเต้นมากหน่อยในการขยับกล้องมือถือเข้าไปถ่ายใกล้ๆ แม้ไกด์ของเราจะยืนยันว่าถ่ายรูปได้ เพราะมันหลับอยู่ก็ตาม
![]()
งูเขียวไผ่หางเขียวตัวนั้นพันอยู่กับปลายกิ่งไม้ที่ชูอยู่เหนือน้ำ มีสีสันที่กลมกลืนไปกับใบไม้เขียวสด ถ้าไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่เห็นว่ามีงูอาศัยอยู่ แต่กับผู้ที่คุ้นชินกับอสรพิษอย่างเบียร์ แม้พวกมันจะทำตัวกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมแค่ไหนก็ไม่รอดพ้นจากสายตาเหยี่ยวของเขาไปได้
ดูจากสีหน้าของ Monika และ Piotr ในเวลานี้แล้ว น่าจะเป็นคำตอบถึงความสำเร็จของผู้เป็นไกด์ได้เป็นอย่างดี
![]()
เบียร์อธิบายเพิ่มว่า งูเขียวบนพื้นที่เขาใหญ่จะแบ่งเป็นระดับความสูง หากเป็นช่วง 600 เมตรจากน้ำทะเลขึ้นไปจะพบงูเขียวไผ่หางเขียวชนิดเดียว ส่วนช่วง 200-400 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างงูเขียวไผ่หางเขียวกับงูเขียวหางไหม้ตาโต และถ้าต่ำลงมาจะพบ 2 ชนิดทับซ้อน คือ งูเขียวหางไหม้ตาโตกับงูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง
![]()
“จะรู้ได้ไงว่างูอยู่ตรงไหนบ้าง” เราถามขึ้น
“ในแต่ละปีเราจะมีบันทึกของตัวเอง โดยจะสังเกตว่าถ้าช่วงปีนี้หน้าร้อนร้อนมาก งูจะอยู่ประมาณไหน ส่วนหน้าหนาวไม่ต้องพูดถึง ยังไงก็ไม่เจอเพราะงูจะจำศีล หน้าฝนนี่เกลื่อนเลย ที่ไหนก็เจอ บางตัวปีนี้เราเจอตรงนี้แล้วหายไป ปีหน้าถ้าโชคดีก็จะกลับมาเจอ แต่อาจไม่ใช่ตัวเดิม แต่เป็นตัวอื่นที่ตามมาจากที่ตัวเดิมทิ้งกลิ่นไว้” เบียร์อธิบายวิธีการทำงานของตัวเอง
เทรนด์ทัวร์งู กระแสดูสัตว์เอ็กซ์โซติกที่มาแรงแบบเงียบๆ
เบียร์บอกว่า นักท่องเที่ยวที่มาดูงูเป็นประจำ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมียุโรปบ้าง ส่วนที่มายาวๆ จะมาจากสวิตเซอแลนด์ มีนักท่องเที่ยว 3 ชุดแล้วที่มา โดยชุดหนึ่งมากันทีละ 20 วัน เริ่มทริปดูงูตั้งแต่ภูเก็ตไล่ขึ้นมาจนถึงเขาใหญ่ โดยเขาจะลิสต์มาว่าอยากดูอะไรบ้าง เราก็ออกแบบเป็นโปรแกรมให้เขา
“คนมาดูงูจะเป็นกลุ่มเฉพาะ เหตุผลคือสีสันสวยงาม เราถ่ายรูปใกล้ๆ ก็ได้ ถ้าโชคดีก็จะเจอบันทึกใหม่ เพราะว่าเมืองไทยตกบันทึกเยอะ อย่างเขาใหญ่ก็ตกบันทึกหลายตัว เพราะเขาไม่สำรวจพอเราเจอปุ๊บก็เป็นบันทึกใหม่ เหตุที่ไม่สำรวจเพราะการดูงูต้องเดินกลางคืน แต่เขาใหญ่อันตราย มีสัตว์ใหญ่ทำให้เดินสำรวจไม่ได้ มีน้องๆ หลายคนเจองูหลามปากเป็ด บางคนบอกมีเฉพาะภาคใต้ แต่ปรากฎว่าเขาใหญ่มี เพราะมีคนเคยเจอเลื้อยข้ามถนนบ้าง โดนรถทับบ้าง เคยมีบันทึก 3-4 ครั้ง”
หลังจากเจอเป้าหมายที่ต้องการแล้ว หลังจากนี้ Monika และ Piotr ก็ปล่อยชิลล์ เดินอาบป่ากันแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก
![]()
“คนโปแลนด์ส่วนมากเวลามาไทยจะมาดื่ม เที่ยวบาร์ แต่ส่วนตัวชอบสัตว์ อยากมาดูสัตว์ที่แตกต่างจากโปแลนด์ เพราะเสียงของธรรมชาติแต่ละที่ก็จะแตกต่างกัน” เสียงจากโมนิก้า ปกติเธอทำงานออฟฟิศที่ส่วนมากจะอยู่กับคอมพิวเตอร์ ทำให้เหนื่อยล้า การเลือกมาเขาใหญ่ก็เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ถือเป็นการพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง
![]()
หลังจากถ่ายรูปเจ้างูเขียวไผ่หางเขียวกันจุใจแล้ว ขากลับโชคดี Piotr ตาไวเห็นนาคตัวกลมๆ สองตัวเดินเล่นบนขอนไม้กลางน้ำ จึงรีบชี้ชวนให้เราดู กลายเป็นว่าได้ช็อตนาคอ้วนสวยๆ กลับโปแลนด์อีกด้วย
ก่อนจะหมดวัน ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้เจอช้างกำลังเล่นน้ำ เป็นบรรยากาศที่ยากจะได้เห็นง่ายๆ
![]()
จบวันแต่ยังไม่จบทริป เพราะสองหนุ่มสาวโปแลนด์รีเควสทริปไนท์วอล์กนอกเขตอุทยานด้วย ถ้าเป็นไกด์ทั่วไปอาจจะมืดแปดด้าน แต่สำหรับเบียร์ไม่ใช่ เพราะในพื้นที่แถบนี้เบียร์เดินสำรวจมานักต่อนักแล้ว
เบียร์เลือกสถานที่หนึ่งเป็นเขาหินปูน เราจะพบตุ๊กแกป่าเฉพาะถิ่น คือ ตุ๊กแกตาเขียวกับตุ๊กกายลายผีเสือ
“ตุ๊กกายบางคนเรียกตุ๊กแกป่า คือมีร่างกายเป็นตุ๊กแก มีตีนเป็นกิ้งก่า ตัวเล็กแต่ลายสวย”เบียร์ว่า
ถึงเวลานัดหมาย ทุกคนอยู่ในชุดที่รัดกุม ขาดไม่ได้คือไฟฉายประจำกายไว้ส่องทางและส่องเป้าหมายเพื่อถ่ายรูป
ที่ถ้ำเขาหินปูนแห่งนี้เราเข้าไปไม่นาน หัวหน้าทัวร์ตาไวเห็นหางเจ้าตุ๊กกายลายผีเสื้อแวบๆ รีบวิ่งดักให้มาอีกทางอย่างว่องไว เมื่อได้เห็นชัดๆ เจ้าตุ๊กกายนี้ขนาดตัวมันใหญ่กว่าจิ้งจกสัก 2-3 เท่า ไม่ใหญ่มาก แต่มีลวดลายสวยเหมือนผีเสื้อ
![]()
ตุ๊กกายตัวน้อยก็แสนดีเหมือนจะรู้งาน อยู่นิ่งเชิดหน้าให้เราบันทึกภาพกันจนพอใจ
ยังไม่หมดเท่านี้ เดินไปอีกพักหนึ่งสองหนุ่มสาวโปแลนด์ก็ได้ตาโตร้องว้าวอีกรอบกับตุ๊กกายลายผีเสื้อตัวที่สอง แถมท้ายด้วยงูเขียวหางไหม้ตาโตอีก 2 ตัว เล่นเอาฟินไปทั้งคืน
![]()
![]()
นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของสัตว์แปลกที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่เขาใหญ่ที่หลายคนมองข้าม แต่หากมองให้ลึกลงไป ที่นี่คือจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีความหลากหลาย ชนิดที่ชาวต่างชาติสนใจเดินทางมาดูแบบเงียบๆ แต่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี!
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
