“ดอกเลา เทาเงิน” เสน่ห์แมวโคราช
เอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทสัตว์เลี้ยง
ก่อนที่ชื่อ “แมวโคราช” จะถูกประกาศให้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ก่อนที่กางเกงลายแมวสีเทาเงินจะกลายเป็นไวรัลไปทั่วบ้านทั่วเมือง เรื่องราวของแมวสายพันธุ์นี้ได้หยั่งรากอยู่ในผืนแผ่นดินโคราชมายาวนานกว่าที่หลายคนคิด
แมวโคราช หรือ “แมวสีสวาด” มีถิ่นกำเนิดชัดเจนในจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอพิมาย ชื่อของมันตั้งตามชื่อเมืองเก่า “โคราช” ตรงๆ ราวกับประกาศตัวตนว่า นี่คือแมวของเมืองนี้โดยแท้
ในสมุดข่อยโบราณ “ตำราแมว” ซึ่งสันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แมวสีสวาดถูกบันทึกไว้ในฐานะแมวมงคล เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความเมตตา และโชคลาภ คนโบราณนิยมมอบแมวโคราชให้คู่บ่าวสาวในพิธีแต่งงาน เปรียบเสมือนคำอวยพรให้ชีวิตคู่มีแต่ความสุขและเจริญรุ่งเรือง
![]()
เสน่ห์ของแมวโคราชไม่ได้อยู่ที่สีสันฉูดฉาด หากแต่อยู่ที่ความเรียบสง่า ขนสั้นสีเทาเงินแบบ “ดอกเลา” โคนเข้ม ปลายขนเป็นประกายเงินเมื่อกระทบแสง ใบหน้ารูปหัวใจ ดวงตาสีเขียวหรือเหลืองอมเขียวที่ยิ่งโตยิ่งเข้มลึก ความงามที่ไม่ต้องพยายามนี้เอง ทำให้แมวโคราชได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยองค์กรแมวระดับโลกอย่าง Cat Fanciers' Association และ The International Cat Association ได้ขึ้นทะเบียนรับรองสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ
แมวโคราชจึงไม่ใช่เพียงสัตว์เลี้ยง หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต เป็นตัวแทนของเรื่องเล่า ความเชื่อ และความผูกพันระหว่างผู้คนกับผืนแผ่นดิน
กระทั่งเมื่อกาลเวลาหมุนผ่าน จากแมวมงคลในตำราโบราณ สู่สัตว์เลี้ยงคู่บ้านของชาวพิมาย และกลายเป็นภาพจำของเมืองโคราชในยุคใหม่ เส้นทางของแมวสีสวาดก็มาถึงอีกหมุดหมายสำคัญ
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้แมวไทย 5 สายพันธุ์ เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทสัตว์เลี้ยง ตามที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ประจำชาติเสนอไปเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมานั้น ข่าวนี้ได้สร้างความปลื้มปริ่มใจให้กับบรรดาทาสแมวไปทั้งประเทศ
โดยแมวไทยที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ แมวศุภลักษณ์ แมวโคราช แมววิเชียรมาศ แมวโกญจา และแมวขาวมณี
ถ้ามองผิวเผิน แมวโคราช หรือ แมวสีสวาดอาจจะยังมีอยู่ตามบ้านเรือนทั่วไป แต่ถ้าลงลึกในรายละเอียดจริงๆ แมวโคราชที่เป็นสายพันธุ์แท้ ยลักษณะถูกต้องตามตำราโบราณอาจมีอยู่ไม่มากนัก
ด้วยเหตุนี้ชมรมอนุรักษ์แมวโคราชเมืองพิมาย ซึ่งปัจจุบันมีคุณพรเทพ ชูศักดิ์ธนาเดช เป็นประธานชมรมจึงเริ่มนำเสนอให้มีการเพาะเลี้ยงขยายจำนวนประชากรแมวโคราชให้มากขึ้น
ทีม Khaoyai Connect เดินทางไปที่ฟาร์มของคุณพรเทพ ชูศักดิ์ธนาเดช ที่อำเภอพิมาย หนึ่งในฟาร์มเพาะเลี้ยงแมวโคราชที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์แมวโคราชวันนี้
![]()
จากเฉยๆ สู่ความรักและหลงใหลแมวโคราช
คุณพรเทพนั่งรับลมเย็นสบายอยู่ที่หน้าบ้านเมื่อทีมงานไปถึง เจ้าบ้านส่งยิ้มมาแต่ไกลเป็นการต้อนรับแขกที่มาตามวันเวลาที่นัดหมายกันไว้
แม้จะไม่มีพิกัดของที่ตั้งฟาร์มในกูเกิ้ลแม็พ แต่จากการบอกเส้นทางของเจ้าบ้านก็สามารถมาถึงโดยง่าย หรือแม้จะหลงทางก็ยังสามารถถามคนพื้นที่ได้ เพราะน้อยคนในแถบนี้ที่จะไม่รู้จักฟาร์มอาจารย์พรเทพ
คุณพรเทพเป็นข้าราชการเกษียณอายุในวัย 65 ปี อดีตเป็นครูสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกุลโน อำเภอพิมาย ส่วนที่มาข้องแวะกับฟาร์มแมวได้อย่างไรนั้น มีจุดเริ่มต้นที่คุณพรเทพ กับคุณชูชัย วิเศษจินดาวัฒน์ ประธานชมรมในตอนนั้น เล่นต้นไม้โป้ยเซียนด้วยกัน มีความสนิทสนมกัน เมื่อมีกิจกรรมของชมรมอนุรักษ์แมวโคราชเมืองพิมาย คุณชูชัยจึงได้ชักชวนให้มาร่วมกิจกรรมด้วย ทำให้คุณพรเทพได้เข้าไปรู้จักมักคุ้นกับสมาชิกในชมรมอีกกว่า 35 คน
“บอกตรงๆ ว่าเมื่อก่อนในครอบครัวไม่ชอบแมวเลยนะ พ่อกับแม่ยิ่งไม่ค่อยชอบ เพราะเดี๋ยวไปอ้วกเลอะเทอะ ไปถ่ายของเสียในกล่องกระดาษ เขาก็ไม่ชอบทั้งหมาทั้งแมว ส่วนเราเฉยๆ”
![]()
แต่ด้วยความที่คุณพรเทพได้เข้ามาร่วมกิจกรรมของชมรมบ่อยขึ้น ได้รู้จักผู้ร่วมก่อตั้งชมรม คือ คุณหมอไทยบุญ จงจิตสถิตมั่น ปศุสัตว์อำเภอพิมายสมัยนั้น ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการตั้งชมรม ซึ่งต่อมาได้มอบหมายให้คุณพรเทพทำหน้าที่เป็นเลขาธิการของชมรม มาวันหนึ่งได้ไปเห็นแมวที่บ้านของคุณเสกสิทธิ์ โล่ห์มณีรัตน์ รองประธานชมรมเวลานั้น ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นแมวสีสวาด 6-7 ตัวยืนเล็มหญ้าอยู่ริมบ้านเป็นกลุ่มก๊วน จังหวะนั้นเองที่คุณพรเทพได้ตกหลุมรักแมวไทยสีเทาโดยทันที
“เห็นแล้วเรารู้สึกว่าสวยดี มันคลาสสิค มีแต่สีเทาไม่มีสีอื่นมาปน เราก็หลงใหลเลย อยากเลี้ยงขึ้นมา ทั้งที่ไม่เคยชอบแมวมาก่อน ตอนช่วงปี 2542 เลยขอแบ่งปันจากคุณชูชัยเอามาเลี้ยง แล้วก็ไปขอแบ่งจากของคนที่เลี้ยงท่านอื่นๆ อีก เพื่อมาพัฒนาสายพันธุ์ จากนั้นก็เลี้ยงเรื่อยมาจากสิบเป็นยี่สิบเป็นสามสิบ”
กระทั่งคุณชูชัย ประธานชมรมเสียชีวิตลง คุณพรเทพจึงได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานชมรมแทนจนถึงปัจจุบัน
ดอกเลาเทาเงิน เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแมวโคราช
จากหลักฐานพบแมวสีสวาดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา คนไทยนิยมเลี้ยงกันเรื่อยมา ก่อนจะจางหายช่วงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง แล้วกลับมานิยมเลี้ยงกันอีกครั้งช่วงนี้ โดยแมวสีสวาดพบที่อำเภอพิมายมากที่สุด เริ่มมีคนเลี้ยงกันเป็นกลุ่ม จัดประกวดในกลุ่มกันเองตั้งแต่ช่วงปี 2523 และเริ่มมีการจัดตั้งชมรมในช่วงปี 2538 จากนั้นก็มีกิจกรรมเรื่อยมา
แมวสีสวาดแท้ตามตำราเป็นอย่างไร?
“ดอกเลาเทาเงิน” คือ ความโดดเด่นของแมวโคราชที่อำเภอพิมาย สีจะค่อนข้างชัดเจน โดยบริเวณโคนขนจะสีเข้มหน่อย ส่วนปลายขนจะสีอ่อนเป็นสีเงิน
ส่วนสีตาจะมี 3 แบบ คือ สีเขียว สีเหลืองอมเขียว และเหลืองรวงข้าว
“ที่จริงทั้ง 3 สีมีความหมายดีทั้งหมด สีเขียวแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ตาเหลืองเจริญรุ่งเรือง ถ้าเหลืองอมเขียวก็ทั้งสองอย่าง แต่ว่าถ้าตามลักษณะสายพันธุ์จริงๆ ที่มีมาแต่โบราณ คือ ตาจะมีสีเขียวเข้ม ถ้าเข้าประกวดตาสีเขียวเข้มจะได้คะแนนเยอะ แล้วก็สีเหลืองอมเขียว และเหลืองได้น้อยที่สุด”
ใบหน้าแมวโคราชต้องเป็นรูปหัวใจ
“ถ้าหน้ากลมสั้นดั้งหักจะเป็นลูกผสม แมวสีสวาดจะต้องมีดั้ง คือ ไม่แฟบลงไป ส่วนหูต้องใหญ่ตั้งตรง ตัวผู้จะมีกรามที่แข็งแรง และมีรอยหยักกลางหน้าผากชัดเจน”
ส่วนลำตัวต้องมีขนาดสมดุลกับหาง เมื่อยกหางโค้งขึ้นมาต้องแตะเสมอไหล่ ส่วนหางต้องเป็นลักษณะโคนหางใหญ่ปลายหางเรียว
ด้านอุปนิสัย คุณพรเทพที่คลุกคลีอยู่กับแมวโคราชมาเกือบ 30 ปี บอกว่า จากที่พบเห็นและเลี้ยงมา แมวโคราชเป็นแมวขี้เล่น ขี้อ้อน ประจบประแจง ชอบกระโดดโลดเต้น ไม่ค่อยชอบอยู่นิ่ง โดยเฉพาะแมวรุ่นๆ จะกระโดดทั้งวัน ชอบเคลียคลอ ถ้าเรามานั่งเขาก็เข้ามานอนบนตัก เอามือมาแตะเรา ชอบอยู่ใกล้คน เวลาเราจะออกไปข้างนอก เขาก็จะเดินเหมือนมาส่งแล้วก็เดินกลับ
“แมวโคราชเป็นแมวที่ค่อนข้างจะเฉลียวฉลาด รู้ความ คนที่เอาไปเลี้ยงเล่าให้ฟังว่า เปิดประตูเองก็ได้ เป็นแมวที่ระแวดระวังภัยอยู่ตลอด”
หากให้เปรียบแมวสีสวาดกับสิ่งใด คุณพรเทพ บอกว่า แมวสีสวาดเป็นแมวแห่งโชคลาภ เป็นแมวนำโชค เป็นแมวแห่งความเมตตา เป็นแมวนักปราชญ์ แมวแห่งความรัก
![]()
![]()
![]()
“คุณสมบัติทั้งหมดนี้ คนที่เลี้ยงเขาได้กับตัวจริงๆ คนที่เอาไปเลี้ยงภาวนาให้มีโชคลาภ เขาก็ได้จริง ที่เห็นอยู่บ่อยๆ คนที่เลี้ยงแมวแล้วถูกหวยก็มีเยอะ เหมือนคนในพิมายเอาไปเลี้ยง เขาบอกว่ากิจการที่ทำดีขึ้น เจริญรุ่งเรือง เสริมบารมีให้เขา นี่เป็นความเชื่อและเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นแมวนำโชคจริงๆ”
แล้วทุกวันนี้นอกจากความชอบและความเชื่อแล้ว แมวยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่ฮีลใจมนุษย์ยามที่ท้อแท้ได้เป็นอย่างดี จะเห็นจากข่าวบ่อยๆว่า แมวสามารถบำบัดโรคได้ เป็นเพื่อนให้คลายความทุกข์ได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา
“บางทีทำงานเหนื่อยๆ คิดมากเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางทีพอเจอแมวก็หาย ต่างประเทศก็เอาเป็นสัตว์เลี้ยงบำบัดเหมือนกันนะ” คุณพรเทพ กล่าว
![]()
อนาคตแมวโคราช ยังต้องการการส่งเสริมจากภาครัฐทั้งเรื่องทุนและความรู้
แม้ภาคเอกชนจะพยายามพัฒนาสายพันธุ์แมวโคราชเพียงใด แต่ลำพังภาคส่วนเดียวอาจจะไม่มีกำลังเพียงพอที่จะไปถึงฝั่งฝัน เพราะการพัฒนาสายพันธุ์แมวโคราชจำเป็นต้องมีทุนรอน และองค์ความรู้ทางวิชาการอีกมาก
คุณพรเทพ บอกว่า ตอนนี้ ครม.ได้อนุมัติให้แมวโคราชเป็นเอกลักษณ์ของชาติแล้ว ดังนั้นอยากให้ทางราชการเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การให้ความรู้ มีแหล่งเงินทุน และหาตลาด หรือมีโครงการที่ชัดเจน
“พูดง่ายๆ คือ สร้างรายได้ให้กับเมืองนั่นแหละ”
เพราะถ้าเป็นสายพันธุ์แท้ สนนราคาลูกแมวโคราชโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000 บาทไปถึง 20,000 บาทขึ้นอยู่กับความสวยงามของแต่ละตัว ส่วนตัวที่มีตำหนิราคาก็ต่ำลงมา อยู่ที่ 2-3 พันบาทก็มี
“ด้วยความที่แมวโคราชมีเสน่ห์ ก็จะมีคนหลายอาชีพสนใจเลี้ยง ข้าราชการก็มี ตั้งแต่รองผู้ว่าฯ ปลัดกระทรวง ผู้พิพากษา พ่อค้าแม่ค้า วัยรุ่น มีทุกเพศทุกวัยที่เอาไปเลี้ยง ต่างชาติเองก็ชอบแมวโคราช วันก่อนยังมีคนมาดูที่ฟาร์ม เขาก็ชอบมาก”
ล่าสุดที่ฟาร์มอาจารย์พรเทพยังได้ค้นพบสายพันธุ์ใหม่ คือ แมวโคราชสีทอง คนกรุงเทพฯ เรียกแมวโคราชสีแปลก ที่พอโตขึ้นขนจะเป็นสีน้ำตาลทองๆ อมเทา ตอนนี้กำลังคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อนำไปพัฒนาต่อ
เมื่อถามว่าปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงมากน้อยแค่ไหน คุณพรเทพนับนิ้วได้ไม่ถึง 5 แห่ง นั่นเพราะว่าการเพาะพันธุ์แมวโคราชมีต้นทุนที่สูงมาก
![]()
“ที่จริงแล้วการเพาะพันธุ์แมวค่าใช้จ่ายสูงมาก อย่างค่ารักษา ถ้าเรารักษาเบื้องต้นไม่เป็นก็จบเลย ฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราทำเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ ต้องมีทางปศุสัตว์ร่วมดูแลด้วยจะดีมาก ถ้าไม่มีทุนก็จบ ขนาดคนมีทุนยังบ่น ทั้งเรื่องยา อาหาร ถ้าเราเลี้ยงอาหารเกรดต่ำ แมวก็ไม่แข็งแรง เติบโตไม่ดี อย่างของผม แมวเยอะ ก็เลี้ยงกลางๆ คุณภาพระดับหนึ่ง ส่วนใครซื้อไปก็ค่อยไปบำรุงก็ว่ากันไป อย่างวัคซีนเราก็ฉีดเอง ไปซื้อวัคซีนจำนวนเยอะๆ มาในราคาส่ง เพราะถ้าฉีดตามคลินิกก็เป็นเท่าตัว ค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องยอมรับว่าถ้าไม่มีทุนก็ค่อนข้างจะลำบาก ทำให้คนเพาะเลี้ยงมีไม่เยอะ อย่างน้อยๆ ถ้ารัฐเข้ามาดูแล ก็จะพัฒนาต่อไปได้ เพราะลำพังเราก็คงได้เท่านี้”
วันนี้ไม่มีใครที่จะปฏิเสธความน่ารักของแมวโคราชไปได้ แต่คำถามสำคัญ คือ ทำอย่างไรที่เราจะอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีและนิ่งได้ เพราะประโยชน์ที่ได้รับไม่เพียงอนุรักษ์แมวโคราชให้อยู่คู่คนไทย แต่ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนให้คึกคักขึ้นมาจากซอฟท์พาวเวอร์สุดคิ้วท์แต่ทรงพลังที่สุดอย่างที่ใครอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
